หมวดหมู่
เสมา 1 แผน/ยุทธศาสตร์

ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง ช่วยยกกำลังสองการศึกษาสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไร

นโยบาย “ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน และเปิดกว้าง” ที่กระทรวงศึกษาธิการจะนำมาใช้ในแผนปฏิรูปการศึกษาแนวทางใหม่ ซึ่งโดยภาพรวมหลายคนฟังแล้วอาจจะยังมีข้อสงสัยว่าทั้ง 3 ส่วนจะช่วยยกกำลังสองการศึกษาสู่ความเป็นเลิศได้อย่างไร

เราจึงขออธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพไปด้วยกัน

“ปลดล็อก”

โดยพื้นฐานแล้ว คือ การปลดล็อกในส่วนของกฎหมายและระเบียบราชการต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้การทำงานภายในไม่ไหลลื่น และการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเป็นไปได้ยาก เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเกิดเป็นรูปธรรมได้ง่ายขึ้น

ซึ่งเมื่อลดข้อจำกัดในกระบวนการทำงานลง ภาครัฐ เอกชน และภาคสังคม ก็จะสามารถช่วยกันบริหารการศึกษาของประเทศได้ลึกและกว้างขึ้น รวมถึงการทำงานของบุคลากรในสถานศึกษาก็จะรวดเร็ว กระชับ และฉับไวด้วย

นอกจากนี้ การปลดล็อกบางอย่าง ยังช่วยให้ครูโฟกัสกับการสอนและถ่ายทอดความรู้ได้ดี มีประสิทธิภาพขึ้น

“ปรับเปลี่ยน”

คือ การพัฒนาการศึกษาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกทุกวันนี้ เพราะโลกเราหมุนเร็วและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความต้องการของตลาดแรงงานและสังคมก็เปลี่ยนตาม

ดังนั้น การศึกษาจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ โดยเป้าหมายของการปรับเปลี่ยนแรกคือ ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน จากหลักสูตรมาตรฐาน Standard ที่ใช้ไม้บรรทัดอันเดียววัดทุกคนเหมือนกันหมด เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถและศักยภาพ หรือ Competency เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสพัฒนาความสามารถไปตามเส้นทางอาชีพที่ตนเองสนใจ และที่สำคัญคือตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานด้วย

ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา เป้าหมายคือ อยากได้คนเก่งมาเป็นครู อยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นผู้บริหาร ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรครูและหลักสูตรผู้บริหาร ให้สอดคล้องกับความต้องการ จากเดิมที่พัฒนาครูและบริหารด้วยการส่งไปอบรมเพิ่มความสามารถแบบรายชั่วโมงจากภายนอก ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่สถานศึกษาต้องการและไม่ได้ความรู้ในเชิงลึก จะเปลี่ยนมาเป็นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลด้วยความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) ที่จัดตั้งขึ้นภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ครูสามารถ Upskill และ Reskill ของตนเองได้ตลอด ซึ่งเมื่อครูไม่หยุดหาความรู้และเก่งขึ้น ก็จะสามารถสอนนักเรียนให้เก่งได้

“เปิดกว้าง”

คือ การเปิดเสรีทางการศึกษา ให้เอกชนที่มีคุณภาพเข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษา ไม่เพียงร่วมกับภาครัฐในการบริหารสถานศึกษา แต่ยังสามารถสร้างสรรค์และนำเสนอหลักสูตร เนื้อหาการเรียนการสอน รวมถึงร่วมประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กผ่านช่องทางหรือกลไกขับเคลื่อนการศึกษาต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมไว้

เช่น ร่วมพัฒนาหลักสูตรสำหรับครูและนักศึกษาอาชีวะให้ตรงกับความต้องการของตลาดงาน ผ่านศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลด้วยความเป็นเลิศ (Human Capital Excellence Center : HCEC) และแชร์หลักสูตรหรือเนื้อหาการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ (Digital Education Excellence Platform : DEEP) เพื่อให้นักเรียนกว่า 10 ล้านคนทั่วประเทศได้เห็นเนื้อหาการเรียนรู้ที่น่าสนใจจากบริษัทหรือองค์กรซึ่งจะเป็นผู้จ้างงานในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเปิดกว้างให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถบริหารจัดการการเรียนการสอนในวิถีที่สอดคล้องกับบริบทแวดล้อมซึ่งแตกต่างกันไป โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำ “คู่มือมาตรฐานโรงเรียน” เพื่อกำหนดว่าทุกโรงเรียนต้องมีพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ปลอดจากยาเสพติด ปลอดจากการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นโรงเรียนสีขาว โรงเรียนปลอดภัย

นอกเหนือจากนั้น บางโรงเรียนจะบริหารจัดการให้คล้อยตามบริบทและสภาพแวดล้อม เช่น หากเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลูกกาแฟ นักเรียนควรต้องเรียนรู้เรื่องกาแฟด้วย เป็นต้น

ในส่วนของวิทยาลัยจะเปิดกว้างเพื่อความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เน้นเรื่องของวิชาชีพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ให้จบมาแล้วมีงานทำทันที ลดปัญหาการว่างงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s