หมวดหมู่
ต่างประเทศ เสมา 1 เสมา 3

10 หน่วยงาน ร่วมมือพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถสะเต็มศึกษา ต่อยอดสู่โมเดลการศึกษาอาเซียน

(28 สิงหาคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนา”สะเต็มศึกษา” การพัฒนาทักษะวิชาชีพและการวิจัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพเยาวชนไทยให้มีทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 หวังสร้างต้นแบบแนวทางปฏิบัติที่ดีผลักดันเข้าสู่ระดับนโยบายแก้ปัญหาประเทศระยะยาว ก่อนต่อยอดใช้เป็นโมเดลการศึครอบคลุมทั้งในการจัดการเรียนรู้กษาอาเซียน

โดยมีผู้แทน 10 หน่วยงานร่วมลงนาม ดังนี้ ศูนย์ SEAMEO STEM-ED, บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด, สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ห้องรีเจนซี่ บอลรูม ชั้น 5 โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย ครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาและด้านพัฒนาวิชาชีพกับภาคเอกชนในรูปแบบคลัสเตอร์ กลุ่มของธุรกิจและสถาบันที่เกี่ยวข้อง มารวมตัวดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน มีความร่วมมือเกื้อหนุน เชื่อมโยงและเสริมกิจการซึ่งกันและกันอย่างครบวงจร)เ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง เพราะตอบโจทย์ความนิยมของการศึกษาโลก ที่มียืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนให้เท่าทันสถานการณ์และบริบทโลก

ดังนั้น SEAMEO STEM-ED และโครงการ Chevron Enjoy Science : สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่เข้ามาร่วมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะสามารถเติมมุมมองและสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Math) หรือ STEM ทั้งในระบบการศึกษาสายสามัญและการศึกษาสายอาชีพ เพื่อต่อยอดในระดับภูมิภาคอาเซียนต่อไป

“ปัจจุบันชาติอาเซียนกำลังเผชิญปัญหาที่ล้วนสัมพันธ์กับสะเต็มศึกษา โดยเฉพาะขาดการพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นกับดักรายได้น้อยถึงปานกลาง ด้วยศักยภาพของศูนย์ SEAMEO STEM-ED จึงคาดหวังว่าจะสามารถนำแนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไปพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบแก้ปัญหาด้านการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนต่อไป”

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM-ED กล่าวว่า ศูนย์ SEAMEO STEM-ED มุ่งเน้นการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาเข้าสู่ระดับนโยบายของประเทศ โดยเข้าไปบริหาร “โครงการ Chevron Enjoy Science ระยะ 2” ด้วยการส่งเสริมและให้ข้อแนะนำถึงการเรียนรู้สะเต็มศึกษาทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน รวมถึงจัดทำวิจัยเพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายทางการศึกษาและแนวปฏิบัติซึ่งเป็นที่ยอมรับ ภายใต้กรอบทำงานทั้งด้านนโยบายสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ หรือ เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

อีกทั้งพัฒนาจัดการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา ผ่าน 3 กิจกรรม STEM Professional Academy เพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา STEM Learning Modules พัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้และจัดเวทีวิชาการ และ STEM Career Academies แนะแนวทางศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพิ่มทักษะจำเป็น และสร้างแรงบันดาลใจในอาชีพด้านสะเต็ม รวมทั้งส่งเสริมด้านการวิจัยพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านสะเต็มที่เหมาะกับบริบทของประเทศไทย

“ผลการดำเนินงานและข้อค้นพบที่ได้จากโครงการฯ จะถูกรวบรวมส่งต่อไปยังผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ 11 ชาติอาเซียน หรือ SEAMEO Congress ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ. 2564”

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ที่ดำเนินงานรูปแบบ “รัฐร่วมเอกชน” ภายใต้ระยะเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2558 – 2565) ด้วยงบประมาณกว่า 1,160 ล้านบาท

การที่ได้ร่วมมือกับศูนย์ SEAMEO STEM-ED เป็นการช่วยย้ำว่าสะเต็มศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญที่ต้องต่อยอดสู่ระดับนโยบายแต่ละประเทศ ความต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาสะเต็มศึกษาให้บรรลุผลสอดคล้องเจตนารมณ์เชฟรอนฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังคน

ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้เข้าไปสนับสนุนภารกิจภาครัฐสร้างพื้นฐานทักษะสะเต็มแก่เยาวชน ส่งเสริมให้เกิดการกระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมระหว่างสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์สะเต็ม 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการสื่อการเรียนรู้ การพัฒนาครูต้นแบบ พัฒนาหลักสูตร และติดตามประเมินผลต่อเนื่อง โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 724 แห่ง มีผู้ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมกว่า 2.3 ล้านคน

“การดำเนินโครงการฯ ระยะ 2 ยังให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill เพื่อส่งเสริมวิชาชีพด้านสะเต็มให้เยาวชน ด้วย Career Academies ที่นำโมเดลจากต่างประเทศ มาปรับใช้เข้ากับประเทศไทย คาดจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาคน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 โดยได้มีการนำเสนอภาครัฐเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการร่วมกันต่อไป”

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s