หมวดหมู่
เสมา 1

รมว.ศธ.ลงพื้นที่ ครม.สัญจร ที่ชลบุรี และระยอง ติดตามการพัฒนาทุนมนุษย์ในพื้นที่ EEC

(24 สิงหาคม 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ และการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2563 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) 

ภาคเช้า : ติดตามนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนในเขต EEC ที่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ., นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการ กอศ., นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ กพฐ. รวมทั้งคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุุมเพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า ได้รับฟังแนวทางการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนในพื้นที่ EEC ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยสำนักงานประสานการพัฒนาบุคลากร (EEC’s Human Development Center : EEC-HDC) เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่า แนวทางการลงทุนในหลาย ๆ ภาคส่วนของประเทศไทยในวันนี้มุ่งมายังพื้นที่ EEC

เพราะฉะนั้นหลักสำคัญก็คือ ต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาบุคลากร หรือทุนมนุษย์  (Human Capital) ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้เด็ก ๆ มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ สนองตอบความต้องการกำลังคนในภาคการผลิตบุคลากรในพื้นที่ EEC ช่วงปี 2562-2566 ที่มีความต้องการกว่า 5 แสนคน แต่การวางแผนผลิตพัฒนากำลังคนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สร้างความยืดหยุ่นพอที่จะตอบโจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์ได้

การประชุมครั้งนี้ จึงต้องการจุดประกายให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เห็นว่า พื้นที่ EEC จะเป็นตัวอย่างการพัฒนาในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งต้องเร่งดำเนินการในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังรุมเร้าอยู่ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากแต่การวางแผนแก้ไขปัญหา จะแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องวางแผนเพื่ออนาคตด้วย

สิ่งสำคัญจึงต้อง “ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง ปลดล็อก” กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น มีการวางแผนจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนอาชีวะในสาขาอาชีพต่าง ๆ เพิ่มเติม เพราะอุปกรณ์การเรียนกว่า 75% ในวันนี้ของอาชีวะยังไม่ทันสมัย รวมทั้งหลักสูตรที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นสำหรับภาคเอกชนในทุกสาขาอาชีพ

ถ้าเราต้องก้าวข้าม Mindset เพื่อเปิดศักยภาพให้เด็กคิดและโต เราต้องกล้ารื้อทั้งระบบ ระดมกำลังเข้ามาช่วยกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ต้องไม่สะเปะสะปะ ต้องกำหนดแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาอาชีวะให้มีความเป็นเลิศ (Excellent Center) ตามศักยภาพของแต่ละแห่ง หากเราตัดสินใจวันนี้ จัดงบประมาณเตรียมไว้ ทำวันนี้ อีก 3-5 ปีข้างหน้า ก็จะเห็นผลชัดเจน

รมว.ศึกษาธิการ ย้ำด้วยว่า การจัดสรรประมาณในอนาคต ต้องเน้นไปที่การเป็นวิทยาลัยเฉพาะทาง มีความถนัดตามศักยภาพแต่ละแห่ง ไม่ใช่เป็นการจัดสรรงบประมาณตามรายหัวอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องยึดตามนโยบายเป็นหลักว่าวิทยาลัยใดถนัดด้านใด ต้องยอมรับเราไม่สามารถกระจายงบประมาณให้ผู้เรียนได้เท่ากันหมด แต่คุณภาพไม่ได้ จึงเชื่อมั่นว่าหากวันนี้เราวางแผนชัดเจน จัดเตรียมวิธีการได้ทันสถานการณ์ ตรงกับเป้าหมาย ก็สามารถตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ EEC ได้

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ และคณะ ได้เยี่ยมชมต้นแบบระบบขนส่งทางราง และการจัดทำความร่วมมือระบบขนส่งทางราง ของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี กับภาคเอกชน 20 แห่ง

ภาคบ่าย : เยี่ยมชมวิทยาลัยเทคโนโลยี IRPC

รมว.ศึกษาธิการ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวิทยาลัยเทคโนโลยี IRPC อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ซึ่งจัดตั้งขึ้นด้วยการเรียนการสอนแบบ “โรงเรียน-โรงงาน” ที่พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยฯ กับภาค อุตสาหกรรม โดยผู้เรียนจะได้ใช้อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรที่มีความทันสมัย ฝึกงานในโรงงานของกลุ่มบริษัท IRPC จำกัด (มหาชน) ทำให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแห่งนี้เป็นช่างฝีมือที่มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งภาคตะวันออกและทั่วประเทศ โดย ดร.โพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง กรรมการผู้จัดการและผู้รับใบอนุญาต รวมทั้งคณะผู้บริหารและนักเรียน ให้การต้อนรับ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการเยี่ยมชมทำให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยฯ ที่ต้องการเป็น 5 อันดับแรกของสถานศึกษาอาชีวะชั้นนำของไทย และติดอันดับ Top 10 ของสถานศึกษาอาเซียนในปี 2025 คงน้อยไป แต่ต้องการท้าทายให้วิทยาลัยฯ เป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน เพราะจากศักยภาพของวิทยาลัย หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ก็เชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมศักยภาพด้านหลักสูตรภาษาอังกฤษ ซึ่งขณะนี้วิทยาลัยเปิดทำการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษเพียง 80 คน ในขณะที่เป็นภาคภาษาไทยจำนวน 1,800 คน ซึ่งการพัฒนาก็จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดการศึกษาด้วย

โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิด Digital Living Library ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ทันสมัย รวมทั้งเยี่ยมชมการจัดการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ เช่น ห้องเรียน Smart Classroom ซึ่งได้นำเสนอรูปแบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของวิทยาลัยฯ ด้วย V-CALL Model (Vocational Career Language Learning Model) ห้องเรียนแผนกปิโตรเคมี ห้องปฏิบัติการ CNC Smart Lab เป็นต้น

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ปกรณ์ เรืองยิ่ง / ถ่ายภาพ
สมประสงค์ ชาหารเวียง / วิดีโอ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s