หมวดหมู่
เสมา 3

เสมา3 “ครูพี่โอ๊ะ” แถลงผลการทำงาน “1 ปี ณ วังจันทรเกษม สะท้อนงาน สะท้อนคน กับกนกวรรณ วิลาวัลย์”

(17 กรกฎาคม 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงผลการทำงาน “1 ปี ณ วังจันทรเกษม สะท้อนงาน สะท้อนคน กับกนกวรรณ วิลาวัลย์” ในภาพรวม 1 ปี ของการกำกับดูแล กศน.-การศึกษาเอกชน-การลูกเสือ ทั้งในภาวะปกติและภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ณ หอประชุมคุรุสภา

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ กิจกรรมแรกที่ได้มีโอกาสทำร่วมกับชาวกระทรวงศึกษาธิการ คือ การลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งการที่ต้นไม้ได้ถูกปลูก ได้รับการดูแลบำรุงรักษาด้วยหัวใจ จนรากแก้วซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ชอนไชหยั่งรากลึกลงสู่ใต้พื้นดิน เติบโตเป็นลำต้นสูงใหญ่แข็งแรง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รากแก้วของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แผ่ขยายไปแต่ละพื้นที่ จนครบถ้วนทั้ง 77 จังหวัดที่ได้เดินทางไปจนครบภายใน 1 ปี เปรียบได้ดั่งการศึกษาที่ต่อยอดส่งเสริมพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ให้ยืนหยัดในสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ตนให้ความสําคัญกับการจัดการศึกษาทุกช่วงวัยตลอดชีวิต เน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษา แก่ผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น

ผลการดําเนินงานในรอบ 1 ปี
ที่เห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม
ของหน่วยงานในการกํากับดูแล

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

  • ผลักดันการเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. แบ่งเป็นครูผู้ช่วยพื้นที่สูง ครูผู้ช่วยชายแดนใต้ ครูผู้ช่วยพื้นที่ทั่วไป และครูผู้ช่วยแบบสอบแข่งขัน รวม 1,590 อัตรา โดยแบ่งสัดส่วนให้กลุ่มลูกจ้าง กศน.มีสิทธิ์สอบจำนวนร้อยละ 80 และเปิดบุคคลทั่วไป ร้อยละ 20 ส่วนที่ติดปัญหาเรื่องใบประกอบวิชาชีพครูนั้น ได้มีการหารือกับคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งพร้อมที่จะช่วยครู กศน. โดยยกเว้นเรื่องใบประกอบวิชาชีพ 2 ปี  ดังนั้นภายใน 2 ปีนี้ ข้าราชการครู กศน.ที่ได้รับการคัดเลือกบรรจุแต่งตั้ง ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพครูให้ได้ รวมทั้งสรรหาเป็นผู้บริหาร กศน. 140 อัตรา ทําให้สามารถขยับลูกจ้างขึ้นมาเป็นพนักงานราชการ และรับสมัครบุคคลภายนอกมาทดแทนอัตราจ้างที่ว่างลงให้ครบถ้วน
  • เรียนรู้ออนไลน์ โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนเป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา เรียนรู้ และสร้างอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม ผ่านแอปพลิเคชัน “ONIE Online” ส่งเสริมให้ใช้ Google Classroom และพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานของ กศน.ให้มีความทันสมัยครบถ้วน หลักสูตรอาชีพที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ความต้องการและบริบทของแต่ละพื้นที่ และนําเทคโนโลยีมาขยายผลกับแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ของ กศน. ทั้งห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” 105 แห่ง และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 19 แห่ง
  • สร้างงานสร้างอาชีพ เน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ กศน.พรีเมี่ยม ทั้ง 231 รายการ ที่จําหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ OOCC สามารถสร้างรายได้แก่ประชาชนทุกชุมชน โดย ศธ.ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ พัฒนาไปสู่การจดอนุสิทธิบัตรในอนาคตอันใกล้ เพื่อรักษาภูมิปัญญาของคนไทยให้ยั่งยืน อาทิ ผ้าทอมือผักตบชวา กศน. ต.หนองน้ำใส อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

  • เพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลครูเอกชน จาก 100,000 บาท/คน/ปี เป็น 150,000 บาท/คน/ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563
  • พัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของครูผู้ดูแลเด็กพิการ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม อาทิ มอบค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการ (พ.ค.ก.) อุดหนุนสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้นักเรียน รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพครูที่สอนนักเรียนพิการอีกด้วย
  • พัฒนาผู้บริหารและครู เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) จำนวน 42,989 คน 2,764 โรงเรียน ใน 4 วิชาหลัก ประกอบด้วยภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.)

  • พัฒนาค่ายลูกเสือ 66 แห่งทั่วประเทศ ให้มีความทันสมัย นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยผลิตสื่อการเรียนรู้ การจัดแสดงนิทรรศการ แหล่งเรียนรู้ และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย รองรับการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรจิตอาสา 904 สําหรับกระบวนการอบรมลูกเสือ และการอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2563 จํานวน 118 ล้านบาท ซึ่งจะขับเคลื่อนในค่ายลูกเสือจังหวัด 62 ค่าย และค่ายลูกเสือในกํากับ 4 ค่าย รวมทั้งพัฒนาให้มีความพร้อมสําหรับการใช้ประโยชน์ของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่นั้นด้วย
  • ริเริ่มพัฒนาโครงการฝึกอบรมลูกเสือมัคคุเทศก์  โดยนำร่องรุ่นแรก 8 จังหวัด  480 คน และในเดือนสิงหาคม 2563 จะจัดอบรมในรุ่นที่ 2 อีก 69 จังหวัด รวม 4,140 คน ซึ่งได้น้อมนําหลักสูตรจิตอาสา 904 มาใช้ในการฝึกอบรม เพื่อสืบสานพระราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยต้องการให้ลูกเสือมีบทบาทในการเป็นมัคคุเทศก์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปลูกฝังให้ลูกเสือเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในคุณค่าของท้องถิ่นของตน มีความรู้ความเข้าใจและเห็นความสําคัญของการท่องเที่ยว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทย และเป๋็นการส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาที่ 2 และ 3 ให้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคตได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยสร้างศักยภาพ ระเบียบวินัย และปลูกจิตอาสาให้กับเยาวชนไทยอีกด้วย

รัฐมนตรีขาลุย หรือที่พี่น้องสื่อมวลชนให้ฉายาว่า “มาดามตามอัธยาศัย” กนกวรรณ วิลาวัลย์ จึงจับมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตามแนวทางนโยบายรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทลายทุกข้อจำกัด พูดจริงทำจริง คำไหนคำนั้น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ถ้าทำได้ ทำทันที ภายใต้การทำงาน 365 วัน แบบอินฟินิตี้ ไม่มีวันหยุด เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย อย่างมั่นคง และยั่งยืน สืบต่อไป

อนึ่ง การแถลงผลการดำเนินงานต่อสื่อมวลชนในครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วม อาทิ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทํางาน รมช.ศธ., นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ., นายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัด ศธ., นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. ตลอดจนผู้บริหาร บุคลากรสํานักงาน กศน. สช. สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ

อานนท์ วิชานนท์ / สรุป
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s