หมวดหมู่
สอศ. เสมา 2

เสมา2 ลงพื้นที่ชุมพร แหล่งปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ

เสมา 2 ‘คุณหญิงกัลยา’ ลงพื้นที่ชุมพร แหล่งปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ เปิดการฝึกอบรมผลิตทุเรียนคุณภาพ พร้อมส่งเสริมวิทยาลัยเกษตรฯ-ประมง 47 แห่ง เป็นแนวหน้าของประเทศในการผลิตอาหาร พืช และสัตว์ ที่มีคุณภาพ สู่ตลาดโลก

(25 มิถุนายน 2563) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นวิชาการผลิตทุเรียนคุณภาพ (Quality Durian Production) และติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายอาชีวศึกษาเกษตร ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร จังหวัดชุมพร

โดยมีนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายสมยศ ณ นคร นายอำเภอทุ่งตะโก นายชาติชาย เกตุพรหม ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง นายวิศวะ คงแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ ผู้บริหาร สถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น คณะครูอาจารย์ และผู้เข้าอบรม เข้าร่วม

นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดจันทบุรี สร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ท้องถิ่นไม่ต่ำกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท สายพันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 คือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นทุเรียนพันธุ์ซะนี พันธุ์ก้านยาว และทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน ลักษณะพิเศษของทุเรียนชุมพร คือ มีเนื้อเหนียวละเอียดแห้ง หอมหวาน รสชาติมันกลมกล่อม

ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ ภู่พลับ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตทุเรียนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีมาตรฐานต่าง ๆ มากำหนดคุณภาพผลผลิต มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร (วษท.ชุมพร) ต้องปรับบทบาทการเรียนการสอนไปสู่การสร้างเกษตรกรอัจฉริยะที่มีความสามารถในการทำการเกษตรมัยใหม่ที่เป็นเกษตรกรครบวงจร มีมาตรฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดการดิน น้ำ และสภาพภูมิอากาศ สามารถพัฒนานวัตกรรมด้านทุเรียนที่มีคุณสมบัติพิเศษจากจุดเด่นของทุเรียนไทยที่มีความหลากหลายกว่าประเทศคู่แข่ง ตลอดจนสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ให้กับทุเรียนของไทยให้เป็นที่รับรู้และยอมรับในตลาดโลก

สำหรับหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นวิชาการผลิตทุเรียนคุณภาพ (Quality Durian Production) จัดขึ้นเพื่ออบรมทักษะอาชีพให้กับประชาชนที่สนใจ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาความรู้ความสามารถในวิชาชีพต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว และสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ใช้เวลาอบรม 6 วัน โดยมีวิทยากรจากภายในวิทยาลัย และวิทยากรจากภายนอก ซึ่งมีความรู้ความสามารถ ประสบความสำเร็จในอาชีพการปลูกทุเรียน จำนวน 10 คน และมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 30 คน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีมีเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานที่เข้มแข็งอยู่แล้ว โดยเฉพาะทุเรียนที่เป็นพระเอกของจังหวัดชุมพร ซึ่งการจัดหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นวิชาการผลิตทุเรียนคุณภาพนี้ จัดขึ้นตรงเวลา ตรงโอกาสอย่างมาก โดยสำคัญที่สุดคือ ต้องผลิตของดี มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ปลอดสารพิษ ทำให้สามารถชนะประเทศอื่นที่ปลูกทุเรียนในตลาดโลกได้ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและประเทศชาติ ตลอดจนนำองค์ความรู้ถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้ต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะมีหลักสูตรให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมงทั้ง 47 แห่งทั่วประเทศ ส่งอาจารย์และผู้อำนวยการเข้ามาอบรมการอบรมการใช้ STI (Science, Technology, Innovation) เข้ามาช่วยในภาคการเกษตรเพิ่มเติม จำนวน 5 หลักสูตร โดยจะเรียกว่า Digital Smart Farmer เริ่มวันที่ 29 มิถุนายนนี้ จะทำให้อาจารย์มีความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แล้วนำไปถ่ายทอดให้ผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้น รมช. ศึกษาธิการ ได้พบปะผู้บริหาร วษท.จังหวัดภาคใต้ และกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอาชีวศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยต้องการส่งเสริมให้ วษท.เป็นแนวหน้าของประเทศในการผลิตอาหาร พืช และสัตว์ที่มีคุณภาพ โดยนำการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า เข้ามาช่วยในทุกมิติ ทั้งนี้สิ่งที่จะทำให้ก้าวต่อไปได้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คือ Localization โดยนำความสามารถ และทรัพยากรของ วษท.มาใช้เพื่อจะเป็นผู้นำโลกให้ได้

“ขณะที่หัวใจสำคัญของการผลิตอาหารต่อจากนี้ไป คือ ต้องผลิตอาหารที่มีคุณภาพดี ปลอดภัย และมีจำนวนมากพอด้วยต้นทุนที่ถูกลง ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน วษท.ให้สามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

ฝากให้ วษท.ทุกแห่งนำศาสตร์พระราชาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ มาปรับใช้โดยยึดหลัก 3 ประการ คือ 1) หาที่ให้น้ำอยู่ 2) หาที่ให้น้ำไหล 3) เก็บน้ำไว้ใต้ดิน โดยให้ วษท.แต่ละแห่งร่วมกับชุมชนไปสำรวจภูมิประเทศโดยรอบ แล้วหาวิธีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน ขณะเดียวกัน ศธ.จะประสานงานกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เพื่อบูรณาการให้ความรู้กันเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง

โอกาสนี้ รมช. ศึกษาธิการ ได้ตรวจเยี่ยมวิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อให้กำลังใจผู้บริหาร บุคลากร และรับฟังปัญหาการจัดการเรียนการสอน พบว่าวิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดการเรียนด้านประมงและร่วมกับชุมชนในพื้นที่ทำการประมงพื้นบ้านอย่างเข้มแข็ง แต่ปัญหาคือยังขาดแคลนครูและงบประมาณอยู่

จึงฝากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรประสานกับหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ในฐานะผู้แทนภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมกันสนับสนุนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีและวิทยาลัยประมง เพื่อส่งเสริมให้เป็นฐานผลิตอาหารที่สำคัญของโลก.

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว / ถ่ายภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s