หมวดหมู่
เสมา 3

รมช.ศธ.กนกวรรณ ลงพื้นที่หนองบัวลำภู-หนองคาย ย้ำฟังทุกเสียงเพื่อแก้ปัญหาบุคลากรชั้นผู้น้อยจนถึงระดับบริหาร “พูดจริง ทำจริง ทลายทุกข้อจำกัด”

(14 มิถุนายน 2563) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู และหนองคาย สร้างขวัญกำลังใจครู กศน.-เอกชน รวมทั้งสืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนา กศน.-เอกชน อย่างยั่งยืน

ภารกิจที่จังหวัดหนองบัวลำภู

รมช.ศธ. กล่าวว่า จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดเกิดใหม่ แต่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ให้ความใส่ใจในการพัฒนาการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ในทุกระดับ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการพัฒนาครู กศน.ให้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยเร่งดำเนินการบรรจุแต่งตั้ง ข้าราชการครู กศน.891 อัตรา ทั่วประเทศ โดยแบ่งสัดส่วนให้กลุ่มลูกจ้าง กศน.มีสิทธิ์สอบจำนวนร้อยละ 80 และเปิดบุคคลทั่วไป ร้อยละ 20

ส่วนที่ติดปัญหาเรื่องใบประกอบวิชาชีพครูนั้น ได้มีการหารือกับคุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งพร้อมที่จะช่วยครู กศน. โดยยกเว้นเรื่องใบประกอบวิชาชีพ 2 ปี ดังนั้นภายใน 2 ปีนี้ ข้าราชการครู กศน.ที่ได้รับการคัดเลือกบรรจุแต่งตั้ง ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพเพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพครูให้ได้

โอกาสนี้ รมช.ศธ. ได้เป็นประธานเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา “โคกหนองนา โมเดล” กศน.หนองบัวลำภู รวมทั้งปลูกกล้าทุเรียน ปล่อยพันธ์ุปลานิล และสาธิตวิธีการดำนาโยน พร้อมกล่าวภายหลังการเยี่ยมชมว่า ทำให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชาว กศน. รวมทั้งพสกนิกรทั่วประเทศ และสืบสาน รักษา ต่อยอดโดยในหลวงรัชกาลที่ 10 หากชาว กศน.-เอกชน ยึดหลักแนวปฏิบัติตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงแล้วนั้น ทุกคนจะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงได้อย่างแน่นอน” รมช.ศธ. กล่าว

ภารกิจที่จังหวัดหนองคาย

เวลา 15.00 น. รมช.ศธ. ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อพบปะกำลังใจครู กศน.-เอกชน ณ สำนักงาน กศน.หนองคาย

รมช.ศธ. กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดหนองคายในครั้งนี้ เพื่อมอบขวัญกำลังใจแก่พี่น้องชาว กศน.-เอกชน ซึ่งชาว กศน.ตอนนี้มีกำลังใจเต็มเปี่ยม เนื่องจากจะมีการบรรจุครู 891 อัตรา ทั่วประเทศ

ด้านครูเอกชนมีนโยบายที่สร้างขวัญกำลังใจที่สำเร็จเป็นรูปธรรมมากมาย อาทิ เพิ่มเพดานค่ารักษาพยาบาลจาก 100,000 บาท/คน/ปี เป็น 150,000 บาท/คน/ปี เพื่อแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ นอกจากนั้นให้ครูเอกชน ที่เป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ไม่ถึง 10 ปี กู้เงินกองทุนโครงการขั้นต่ำคนละ 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงินเดือนครู รวมทั้งออกหลักเกณฑ์การกู้การยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

ในส่วนการบริหารกิจการโรงเรียนสำหรับโรงเรียนในระบบรายละ 500,000 บาท สั่งการให้ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. ประสานงานกับสำนักงานประกันสังคม ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ได้รับเงินชดเชย 62% ของค่าจ้าง ซึ่งมีครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สช.เป็นสมาชิกประมาณ 100,000 ราย รวมทั้งยังได้ขอยกเว้นภาษีป้ายทั้งในระบบและนอกระบบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกด้วย

“เสียงของพี่น้อง กศน.-เอกชน แม้จะเป็นเสียงเล็ก ๆ แต่มีคุณค่า และส่งผลต่อการทำงานของตนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเสียงที่มีผลต่อการตัดสินใจในการวางแนวทางพัฒนาการศึกษา ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงชีวิต รวมทั้งแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานของระดับชั้นผู้น้อยจนถึงระดับบริหาร ภายใต้แนวคิด “พูดจริง ทำจริง ทลายทุกข้อจำกัด ยืนหยัดข้างพี่น้อง กศน.-เอกชนทุกคน” เพื่อร่วมกันก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้มากที่สุด” รมช.ศธ.กล่าว

อานนท์ วิชานนท์ / ข่าว
กิตติกร แซ่หมู่ / ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s