Categories
เสมา 1 เสมา 2 เสมา 3 แผน/ยุทธศาสตร์

1 เมษายน 2563 กระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 128 ปี

กระทรวงศึกษาธิการ เผยแพร่บทความ “ครบรอบ 128 ปี วันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ 1 เมษายน 2563” ทางหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 1 เมษายน 2563 พร้อมเปิดตัวหนังสือครบรอบ 128 ปี “พลิกโฉมการเรียนรู้ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” จัดส่งให้แก่ผู้บริหาร หน่วยงานทางการศึกษา และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,000 เล่ม พร้อมทั้งจัดทำในรูปแบบ Flip e-Book อ่านได้ที่เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

“ปรับวิสัยทัศน์ พัฒนาพลเมืองให้เข้มแข็ง”

กระทรวงศึกษาธิการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2563-2565) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำกับทิศทางการปฏิบัติงานในภาพรวม โดยน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์เป็นกรอบวิสัยทัศน์การทำงาน เพื่อสร้างผลผลิต ผลลัพธ์ให้เกิดกับผู้เรียน สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในห้วงแรก (พ.ศ.2563-2565)

การดำเนินงานของทุกหน่วยงานภายใต้ยุทธศาสตร์กระทรวงที่จะเกิดขึ้นในช่วงระยะ 3 ปีนี้ จะได้สะท้อนถึงความสามารถในการวางระบบการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการ เพื่อมุ่งบรรลุความสำเร็จต่อเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทุกช่วงวัยที่ได้รับบริการจากกระทรวงศึกษาธิการ

วิสัยทัศน์

กระทรวงศึกษาธิการวางระบบเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้-ทักษะ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง

4 พันธกิจตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษา

1. ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา
2. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
3. มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. ปรับปรุงระบบบริหารจัดการการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล

6 ยุทธศาสตร์หลักพร้อมขับเคลื่อน

1. พัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
2. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ผลิตและพัฒนากำลังคน รวมทั้งงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
4. เพิ่มโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
6. พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

“ร่วมแรงใจสู้ภัยโควิด”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่แพร่หลายไปทั่วโลก กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลอย่างเข้มงวดมาโดยลำดับ นับตั้งแต่การประกาศ 13 มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 การประกาศปิดสถานศึกษาทุกระดับทุกประเภท ทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563

พร้อมเพิ่ม 7 มาตรการเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 เช่น มอบงานให้บุคลากรไปปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) สามารถส่งงานทางออนไลน์ได้ โดยสถานศึกษาหรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการตามบริบทของหน่วยงานตนเองได้ การส่งเสริมให้ใช้อินเทอร์เน็ตเช่น ประชุมทางไกล การให้ทุกหน่วยงานจัดตั้งจุดคัดกรอง แอลกอฮอล์เจล และเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิทางร่างกายในทุกทางเข้า-ออกของอาคาร ให้ทุกหน่วยงานฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีคุณภาพ และทำความสะอาดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารทุก 30 วัน การจัดประชุมอบรมสัมมนาให้ใส่หน้ากากอนามัยและจัดให้นั่งห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร รวมทั้งให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ในขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงาน กศน.  รวมทั้งหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฯลฯ ร่วมกันช่วยเหลือประชาชน โดยการผลิตหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน นำไปแจกจ่ายประชาชนกว่า 5 ล้านชิ้น ดูแลพระภิกษุสามเณร เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และประชาชน เพื่อร่วมแรงใจสู้ภัยโควิด-19

“ผุดแนวคิดเรียนออนไลน์ พิชิตโลกยุคดิจิทัล”

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2563 ให้สอดคล้องกับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่ายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ตกงาน ผู้ที่เป็นแรงงานอิสระ หรือแรงงานที่กำลังเข้าสู่ระบบ หรือเด็กอาชีวะจบใหม่ โดยให้จัดหาครูสอนเสริมความรู้ ฝึกอาชีพ เรียนออนไลน์ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ โดยเฉพาะเน้นการเสริมทักษะทางด้านดิจิทัล (Digital Skill) และทักษะภาษาอังกฤษ ให้แก่ผู้เรียน

พร้อมด้วยการบริหารจัดการการเรียนการสอนออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยใช้ดิจิทัลหรือเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมใช้แพลตฟอร์ม “OBEC Content Center” ในการเรียนออนไลน์ ซึ่งขณะนี้มีครบทุกชั้น ทุกรายวิชา ทุกหลักสูตร และใช้เพื่อการสอบด้วย กรณียังเปิดภาคเรียนไม่ได้ นักเรียนยังเรียนอยู่ที่บ้าน สพฐ.จะใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวและอื่นๆ เช่น การจัดการเรียนการสอนโดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เพื่อให้เรียนเพิ่มเติม โดยผู้ปกครองสามารถนำไปจัดการเรียนการสอนได้เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพการศึกษา หากผู้บริหารสถานศึกษามองเห็นปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ ก็สามารถออกแบบการจัดห้องเรียน การใช้เทคโนโลยี การบริหารทรัพยากร เพื่อให้นักเรียนได้ความรู้เท่าเดิม หรือใกล้เคียงกับแบบเดิมมากที่สุด

สำหรับการรับสมัครนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 สพฐ.อาจจะขยับห้วงเวลาการรับสมัครเป็นระยะ โดยยึดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด โดยต้องทำให้เป็นกลุ่มที่เล็กลง ทยอยมาสมัครทีละกลุ่ม หามาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการดูแลความเรียบร้อย สร้างความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ นักเรียน และผู้ปกครองให้มากที่สุด โดยใช้วิธีการคัดเลือกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้เหมาะสมตามสถานการณ์

ส่วนโรงเรียนเอกชนที่มีการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษเช่นกันนั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่มีนักเรียนนักศึกษาได้รับผลกระทบ ก็ใช้รูปแบบการเรียนออนไลน์เช่นกัน โดยเป็นการศึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อให้โรงเรียนอื่นร่วมใช้ และยังมีการรวบรวมสื่อการสอนเสริมหรือกวดวิชา และการสอนภาษาและอาชีพมาเผยเเพร่ด้วย

แนวทางการเรียนออนไลน์ที่บ้าน นอกจากเป็นไปตามความจำเป็นในแต่ละสถานการณ์แล้ว ยังช่วยสนับสนุนให้เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง และปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ในช่วงที่เผชิญกับวิกฤตโรคโควิด-19 ที่อาจต้องหยุดการเรียนการสอนในสถานศึกษาระยะยาว โดยเปลี่ยนบ้านและสถาบันครอบครัวเป็นสถานศึกษา รวมทั้งแนวทางการออกเเบบโปรเเกรม เกมส์เสริม เพิ่มทักษะ Coding ให้เป็นระดับขั้นตอนการเรียนรู้ (Level) แก่เด็กทุกระดับช่วงวัย ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เพราะ Covid can’t stop Coding

การเรียนออนไลน์จะเป็นการสร้างความรู้แก่เด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสม สามารถเรียนที่บ้านได้อย่างปลอดภัย ให้ความรู้ ยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างทั่วถึง และสามารถสร้างโอกาสให้ทุกคนเรียนฟรี เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ง่ายกว่าที่คิด พิชิตโลกยุคดิจิทัล

พร้อมเผยแพร่หนังสือ “พลิกโฉมการเรียนรู้ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล”

โดยปกติทุกปีที่ผ่านมา ในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันครบรอบวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ จะมีพิธีมอบเข็มเสมาคุณูปการและประกาศเกียรติคุณบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ แต่เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงของดการจัดงานในปีนี้

อย่างไรก็ตาม หนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ 128 ปี อันทรงคุณค่าควรแก่การสะสม ยังคงมีการจัดพิมพ์ พร้อมเผยแพร่ให้แก่หน่วยงาน บุคคล ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวง และผู้สนใจทั่วไปเช่นเดิม โดยปีนี้ใช้ชื่อหนังสือว่า “พลิกโฉมการเรียนรู้ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล” ความหนา 270 หน้า อ่านได้ทั้งฉบับจริงและ Flip e-Book เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ (เผยแพร่-จัดส่ง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.63 เป็นต้นไป)

สารจากรัฐมนตรี
ในโอกาสครบรอบ 128 ปี กระทรวงศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“งานด้านการศึกษา ถือเป็นงานที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันกับนานาชาติ สร้างประชากรให้เป็นพลเมืองของโลกที่มีคุณภาพ กระทรวงศึกษาธิการได้มุ่งมั่นดำเนินการภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561–2580) รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายรัฐบาล โดยคาดหวังว่าผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ โดยใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อมุ่งเป้าหมาย คือ ผู้เรียนทุกช่วงวัย”

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“ยุคดิจิทัล เป็นยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นขับเคลื่อนและพัฒนานวัตกรรม ด้วยนโยบายพัฒนาการเรียนการสอนและการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ (Coding) อาชีวะเกษตรสร้างชาติ (Smart Farming 47 Aggie by STI) และนโยบาย “อ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ และสื่อสารด้วยภาษาร่วมสมัยกับ Gen Z” เพื่อสร้างคนไทย 4.0 คือ เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีความสุข มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง”

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาของชาติ ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเสริมสร้างให้รากฐานของประเทศเข้มแข็ง ให้เด็กและเยาวชนเติบโตมีความพร้อมเป็นผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างรอบด้าน ด้วยการจัดการศึกษาในรูปแบบ Active Learning คือ เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ หรือการลงมือทำ เน้นผู้เรียนได้คิด ได้ทำ พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้วยกิจกรรมลูกเสือ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนการพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาออนไลน์ และการศึกษาเพื่อความมั่นคง สู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ มุ่งเน้นส่งเสริมให้ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดทุกช่วงวัย ตระหนักรู้ในความเป็นพลเมืองที่ดี”

กระทรวงศึกษาธิการ
(Ministry of Education)
ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
ศูนย์บริการประชาชน ศธ. โทร 1579

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s