Categories
เสมา 3

‘ครูโอ๊ะ’ ลงพื้นที่ระนอง การบ้านเพียบ! รับ 4 ปัญหา กศน.ในพื้นที่ไปผลักดัน-พัฒนาห้องสมุดประชาชนให้มีชีวิต-พร้อมฟื้นฟูค่ายลูกเสือที่ทรุดโทรม

(อาทิตย์ 8 มี.ค.63) ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ., นายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ., นายชลำ อรรถธรรม ที่ปรึกษา สช. ลงพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหาการศึกษาในพื้นที่ ที่สำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด คือ ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา การศึกษาเอกชน ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัด/อำเภอ ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา รองประธานหอการค้าจังหวัด ฯลฯ ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่

มอบนโยบายและรับฟังสภาพปัญหาของ กศน.ระนอง

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ กล่าวว่า ตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ได้เดินทางลงพื้นที่ไปหลายจังหวัด ซึ่งจะลงพื้นที่ครบ 77 จังหวัดก่อนสงกรานต์นี้ การลงพื้นที่มีประโยชน์มาก เพราะได้รับฟังสภาพปัญหา สามารถนำไปจัดแนวทางในการเสนอของบประมาณการพัฒนาการศึกษาลงไปในระดับพื้นที่ได้ หากไม่ลงพื้นที่ต่อเนื่อง จะยิ่งไม่เข้าใจในบริบทที่แตกต่างกัน การเดินทางมาจังหวัดระนองในช่วงวันหยุดสัปดาห์นี้ ต้องขอขอบคุณผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรในพื้นที่ทุกท่าน รวมทั้งคณะทำงาน ทีม ศธ.360 องศา ทีมประชาสัมพันธ์จากกระทรวง ที่อุทิศเวลามาทำงานด้วยกัน

จากการตรวจเยี่ยมและรับฟังสภาพปัญหาความต้องการของ กศน.ตำบล/อำเภอ จังหวัดระนอง พบว่ามีความต้องการได้รับการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาที่สำคัญ 4 ด้าน คือ

  • ด้านอุปกรณ์การจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัย โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่มีไม่เพียงพอ รวมทั้งครุภัณฑ์โปรเจ็คเตอร์
  • การแก้ปัญหาครูขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อบทบาทภารกิจหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษาต่อเนื่อง และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
  • สถานที่ไม่เป็นเอกเทศ กศน.อำเภอบางแห่งไม่มีสิทธิ์ในที่ดิน จึงทำให้ยากต่อการของบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม
  • การใช้ภาษาและการสื่อสาร (ภาษาไทยและภาษาเมียนมา) จังหวัดระนองเป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่ง กศน.อำเภอบางแห่งมีนักศึกษา กศน.ที่มีสัญชาติเมียนมา แต่ครูผู้สอนไม่สามารถพูดได้ ทำให้มีปัญหาในด้านการสื่อสารและการเรียนการสอน

ดังนั้น จึงจะนำปัญหาความต้องการทั้ง 4 ด้านกลับไปผลักดันและสนับสนุน โดยแนวทางการแก้ไขในเบื้องต้น จะผลักดันให้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ครุภัณฑ์การจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยเหมาะกับการจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล และการพิจารณาเพิ่มอัตราครูผู้สอนที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านใน 1 ตำบล ต่อครูผู้สอน 2 คน รวมทั้งงบประมาณในการก่อสร้างปรับปรุงห้องประชุมสำนักงาน กศน.จังหวัดระนอง ต่อไป

“ต้องยอมรับว่างาน กศน.ในแต่ละจังหวัด ได้ให้บริการแก่ประชาชนและส่วนราชการอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น งานการเลือกตั้ง แม้การทำงานในหลายเรื่องอาจจะขาดแคลนงบประมาณ ความไม่พร้อมของอัตราบุคลากรและสถานที่ โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ บนเกาะแก่งที่ห่างไกล ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตประชารัฐยังเข้าไม่ถึง แต่ กศน.อยู่ได้ก็ด้วยหัวใจของคน กศน.อย่างแท้จริง” รมช.ศธ.กล่าว

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมห้องสมุดประชาชนฯ และค่ายลูกเสือ

โอกาสนี้ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ พร้อมด้วยนางนัยนา จำเนียร ผอ.กศน.จังหวัดระนอง และคณะ ได้เดินทางไปยังห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” จังหวัดระนอง เพื่อรับฟังปํญหา และหาแนวทางยกระดับห้องสมุดให้เป็น “ห้องสมุดมีชีวิต” ที่น่าเข้าใช้บริการในยุคดิจิทัล

ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ กศน.ได้มีความร่วมมือกับสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เพื่อให้ห้องสมุดประชาชนสามารถเข้าใช้บริการระบบ e-Library ของ TK Park ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนเป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนที่เข้าใช้บริการห้องสมุดประชาชนทุกแห่งทั่วประเทศ สามารถเข้าถึง e-Book มากกว่า 2 หมื่นเล่ม ซึ่งจัดเก็บไว้ในระบบของ TK Park ไว้อยู่แล้ว ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างแท้จริง

จากนั้นเดินทางต่อไปอีก 30 กิโลเมตร เพื่อตรวจเยี่ยมค่ายลูกเสือ “เขาโตนเพชร” อำเภอเมืองระนอง ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม

รมช.ศธ.กล่าวว่า ต้องการมาติดตามการพัฒนาค่ายลูกเสือและดูสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง หลังจากที่ได้มอบให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจัดสรรงบประมาณ มายังสำนักงานลูกเสือจังหวัดระนอง ในปีงบประมาณ 2562-2563 เพื่อใช้ในการปรับปรุงที่พักผู้เข้ารับการอบรม และปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเดิมที่นี่เคยถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่ได้รับการสนับสนุนปรับปรุงใด ๆ มาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี 2556

จากการมาติดตามด้วยตนเองในวันนี้ พบว่าแม้ได้รับงบประมาณปรับปรุงอาคารและที่พักมาแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นอย่างมากในการปรับสภาพแวดล้อม จัดหาสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้มีความพร้อมสมบูรณ์ ปลอดภัย เพื่อรองรับการพัฒนาผู้เข้ารับการฝึกอบรมลูกเสือเนตรนารี ประชาชน ตลอดจนการจัดอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างเต็มที่

จึงขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอรายละเอียดและแผนงานปรับปรุงค่ายลูกเสือ เพื่อฟื้นฟูค่ายลูกเสือให้มีสภาพที่ใช้จัดกิจกรรมลูกเสือของจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุปและถ่ายภาพ (ค่าย ลส.บางส่วน)
ปกรณ์ เรืองยิ่ง / ถ่ายภาพ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s