Categories
สป. เสมา 1 เสมา 2 เสมา 3

ศธ.จัด 3 โซน งานวันเด็กแห่งชาติ 2563 “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย”

(11 มกราคม 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” ภายใต้แนวคิด “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย” โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช​ และ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ ผู้ปกครอง และนักเรียนนักศึกษา จำนวนมาก เข้าร่วมพิธีเปิด ณ กระทรวงศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ พุทธศักราช 2498 และดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งวันนี้นับเป็นปีที่ 65 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับทุกส่วนราชการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ

สําหรับการจัดงานในปี 2563 ในส่วนกลางมีการจัดงาน และพิธีเปิดงาน ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มีทักษะชีวิตที่ดีเป็นเด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย โดยมีแนวคิดในการจัดงานคือ “Wonderful Kids สุดยอดเด็กไทย”เพื่อเป็นการเชิญชวนเด็กและเยาวชน มาพบกับความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดีมีคุณภาพ พัฒนากระบวนความคิด เสริมสร้างจินตนาการ สร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านการลงมือปฏิบัติ

โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มาร่วมงานกว่า 100 บูธ ของขวัญกว่า 100,000 ชิ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สนุกสนานเพลิดเพลินผ่านกิจกรรมเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดี ของชาติ รู้จักการทําประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม และระบบการ จัดการขยะที่ดี และยังมีเวทีที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เด็ก ๆ ผ่านกิจกรรมการประกวด “หนูน้อยแห่งวังจันทรเกษม…รักษ์โลก”

พิเศษสุด ศธ.ยังเปิดอาคารราชวัลลภ อดีตพระราชวังจันทรเกษม ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองได้เข้าชมประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ ภายใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยแห่งวังจันทรเกษม” เพราะอาคารราชวัลลภ จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น

การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ศธ.แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 โซน คือ

โซนที่ 1 : Citizen Kids : พลเมืองเด็ก (บริเวณสนามหญ้าและในกระทรวงศึกษาธิการ) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของเด็กไทยยุคใหม่ที่มีความรัก ความสามัคคี รู้จักหน้าที่ของตนเอง และปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของสังคมได้อย่างถูกต้อง

โซนที่ 2 : Digital Kids : เด็กยุคดิจิทัล (บริเวณถนนราชดำเนินนอก) เป็นโซนกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย การรู้จักใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

โซนที่ 3 : Environmental Kids : เด็กรักษ์สิ่งแวดล้อม (บริเวณถนนลูกหลวง) เป็นโซนกิจกรรมที่ให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ทำกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันที่เรามาส่งความรักความปรารถนาดีร่วมกันไปยังเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่า และเจริญเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต ดังคำกล่าวที่ว่าเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า จึงต้องทำให้เด็กมีความเข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ โดยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ การเรียนรู้ องค์ความรู้ที่จำเป็น ทั้งนี้เด็กทุกคนมีพรสวรรค์อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ทราบว่าตัวเองถนัดอะไร ต้องมีคนคอยแนะนำ โดยเฉพาะครูที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ขอให้ช่วยสนับสนุนเด็กให้ได้ทำในสิ่งที่ชอบควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือให้ได้มากที่สุด

วันนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ องค์ความรู้ที่สำคัญต่อชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี เชื่อมโยงไปถึงเรื่องการประกอบอาชีพ ซึ่งมีทั้งวิกฤติ โอกาส และความท้าทายในทุกมิติ เด็กและเยาวชนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเสริมสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนเป็นบุคลากรที่สมบูรณ์แบบ สามารถนำพาตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย

สำหรับคำขวัญวันเด็กแห่งชาตินี้ปีนี้ “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย” เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ต่อยอดไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สังคมปลอดภัย ครอบครัวมีความสุข ไม่ทะเลาะกัน ไม่เอาเปรียบกัน และที่สำคัญอีกอย่างคือหน้าที่พลเมืองไทย คือ ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาติบ้านเมือง

นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนทุกคนตระหนักและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ตลอดจนรู้จักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ให้เป็นคนมีเหตุผล รู้จักความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วยความรู้และคุณธรรม โดยทุกคนควรมีภูมิคุ้มกันต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง รู้เท่าทันเทคโนโลยี โซเชียลมีเดียต่าง ๆ หมั่นศึกษาพัฒนาความรู้ความสามารถ เพิ่มพูนทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของครอบครัวและทักษะของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ย้ำกับโรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งไปแล้วว่า ต้องสอนให้นักเรียนรู้ว่าพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเองมีศักยภาพด้านใดบ้าง หรือมีปัญหาใดที่ต้องได้รับพัฒนา เพื่อให้เด็กและเยาวชนเกิดแรงกระตุ้นที่จะเรียนหนังสือ หรือทำงานเพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง สร้างความภาคภูมิใจในอนาคต รวมถึงบ้านเมืองจะได้ถูกพัฒนาทุกพื้นที่ให้เท่าเทียมกันได้มากที่สุด

นอกจากความรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังต้องเร่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรม ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในใจ ความเป็นจิตอาสา หากจิตใจไม่อยากทำความดีก็ต่อยอดไปสู่การลงมือทำไม่ได้ เพราะหัวใจมี 2 อย่าง คือ หัวใจในการทำความดี และหัวใจในการทำความไม่ดี ดังนั้นจึงอยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกใช้หัวใจแบบใด ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีในอนาคตต่อไป

ภาพเพิ่มเติม เฟซบุ๊ก ศธ.360 องศา

ปารัชญ์ ไชยเวช, อานนท์ วิชานนท์ / สรุป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s