Categories
สป. เสมา 1 เสมา 3

เสมา1-เสมา3 ปลื้มการศึกษาเอกชน เป็นทางเลือกคุณภาพการศึกษาทุกมิติ

(9 ม.ค.63) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมชี้แจง สร้างความเข้าใจ และมอบนโยบายงานการศึกษาเอกชน ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) พร้อมด้วย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ร่วมมอบนโยบายและมอบหมายงานแก่โรงเรียนเอกชนนอกระบบและในระบบ โดยมีนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) ผู้บริหาร ข้าราชการ สช. และโรงเรียนเอกชนนอกระบบเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (DOC) ชั้น 9 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

นายณัฏฐพล กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า การจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน เป็นการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ มีส่วนช่วยในการจัดการศึกษา และแบ่งเบาภาระของภาครัฐในการจัดการศึกษาของเยาวชน ทำให้รัฐสามารถประหยัดเงินงบประมาณในการลงทุนด้านการศึกษาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน มีการคมนาคมที่สะดวก จึงสามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียนและผู้ปกครองในเรื่องความสะดวกสบาย และการประหยัดเวลา ช่วยให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพทางการศึกษา โดยผู้ปกครองและนักเรียนมีโอกาสในการเลือกสถานศึกษาได้มากขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนที่ดีมีคุณภาพ และมีมาตรฐานการศึกษาสูงจะเป็นคู่แข่งของโรงเรียนรัฐ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาที่สูงขึ้น เป็นการขจัดหรือลดความผูกขาดในการจัดการศึกษา

อีกทั้งโรงเรียนเอกชนยังมีจุดเด่นในการบริหารจัดการที่มีความคล่องตัว และมีอิสระในการบริหารงานมากกว่าระบบราชการ จึงสามารถลดขั้นตอนและระเบียบวิธีการในการบริหารงานด้านต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาได้อย่างเต็มที่ และประหยัดเวลา บประมาณ และกำลังคน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักของการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีความคล่องตัวในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ดำเนินกิจการ โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านระเบียบ ข้อบังคับ เหมือนโรงเรียนภาครัฐ จึงสนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์ และที่สุดแล้วการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนโดยโรงเรียนเอกชนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ และโรงเรียนนอกระบบมีผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาอย่างแท้จริง การันตีได้ว่าผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรแล้วสามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ

“ต้องขอขอบคุณโรงเรียนเอกชนทุกประเภททั้ง 14,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ ที่มีส่วนในการช่วยพัฒนาการศึกษา ภายใต้หลักความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างบรรยากาศการแข่งขันในระบบการศึกษา รวมถึงกำกับดูแลคุณภาพมาตรฐานในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน เพื่อให้การศึกษาเอกชนเป็นทางเลือกคุณภาพที่ดีกว่า ของผู้เรียนและผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง” นายณัฏฐพล กล่าว

ดร.กนกวรรณ กล่าวในการประชุมว่า ภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายงานให้กำกับดูแลสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงาน อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ก็หาวิธีทางในการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

นโยบายของ สช. ที่ได้ดำเนินการแล้ว คือ

  • นโยบายปรับเพิ่มค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเพิ่มวงเงินจาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาท และเบิกจ่ายได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
  • นโยบายโครงการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จำนวน 23,000,000 บาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนในช่วงระหว่างปิดภาคเรียน ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 20 ตุลาคมที่ผ่านมา
  • การขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาเบิกจ่ายเป็นเงินอุดหนุนให้กับโรงเรียนเอกชน จากสำนักงาน กศน. เป็นจำนวนเงิน 201,929,107.12 บาท
  • การปรับปรุงแก้ไขประกาศการดำเนินงานกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ กรณีโรงเรียนประสบภัยพิบัติ การจัดอบรมโครงการลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยมีจังหวัดนำร่อง จำนวน 8 จังหวัด โดยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการจัดอบรมให้กับโรงเรียนในแต่ละสังกัดในช่วงเดือน ธันวาคม 2562 ถึง มกราคม 2563

สำหรับนโยบาย สช. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่

  • การจัดทำระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน เนื่องจากปัจจุบันผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน ต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล และรอการเบิกจ่ายจากกองทุนสงเคราะห์ในภายหลัง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเบิกจ่ายนาน ทำให้เกิดความเดือดร้อน ตนจึงมีนโยบายช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน โดยให้กองทุนสงเคราะห์ศึกษารายละเอียดในการจัดทำระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล ขณะนี้กองทุนสงเคราะห์ได้ศึกษารายละเอียดระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชีกลาง สำนักงาน กกต. และสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) แล้วคาดว่าจะสรุปผลการศึกษารายละเอียดได้ภายในเดือนมกราคม 2563 และจะเสนอคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์พิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ 2563
  • การขอผ่อนผันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโรงเรียนเอกชน กรณีขอผ่อนผันสำหรับครู ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครบ 3 รอบๆ ละ 2 ปี รวม 6 ปี จำนวน 112 ราย ขณะนี้ สช.อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อมูลครู จำนวน 112 ราย ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ของคุรุสภาต่อไป
  • โครงการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสู่ศตวรรษที่ 21 โดยจัดอบรมหลักสูตรนักบริหารเอกชนระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (นบส.สช.) โดยเริ่มดำเนินการพัฒนาในปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นไป
  • หลักสูตรอบรมครูแบบทางเลือก (Shopping List) สช.จะดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวให้กับครูโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
  • การจัดตั้งศูนย์บริการผู้เรียน ครู/ผู้สอน บุคลากรทางการศึกษาชาวต่างประเทศ (One stop service) เพื่อให้บริการชาวต่างชาติที่มาติดต่อราชการในการสมัครเป็นนักเรียน ครู/ผู้สอน ให้สามารถรับบริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว โดยจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาอื่น ๆ เพื่อให้บริการเป็นการเฉพาะ
  • กิจกรรมเพื่อสร้างเวทีการแสดงออกของนักเรียนเด็กดาวรุ่ง ในวิชาศิลปะ ดนตรี กีฬา หัตถกรรม และอื่น ๆ โดย สช. กำหนดจัดกิจกรรมร่วมกับงานวันการศึกษาเอกชนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563
  • การจัดตั้งคณะทำงานบริหารจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ร้องเรียน เพื่อให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ร้องเรียน แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการ
  • การตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้ร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขอรับการตัดโอนข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตำแหน่งครู จำนวน 132 อัตรา มาสังกัด สช. เพื่อแก้ปัญหาในการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชนต่อไป

ภาพ /ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ. กรรณิกา พันธ์คลอง

1 reply on “เสมา1-เสมา3 ปลื้มการศึกษาเอกชน เป็นทางเลือกคุณภาพการศึกษาทุกมิติ”

ขอบคุณการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของครู กรณีบิกค่ารักษาพยาบาล
ขอเสนอความคิดเห็น
1. หากมีการปรับปรุงสิทธิ์
ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก สามี/ภรรยา /บุตร เป็นบิดา – มารดา แล้วแต่จะเลือก น่าจะเป็นการดี
2. กรณีที่ครูลาออก สิทธิน่าจะคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน (ระหว่างหางานหรือรอบรรจุใหม่)
ขอบคุณค่ะ

Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s