หมวดหมู่
เสมา 2

เสมา2 ‘ครูกัลยา’ เปิดตัวนโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงข่าวเปิดตัวนโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และถ่ายทอดสดในรายการ @จันทรเกษม ทาง Facebook คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

นโยบายช่วยยกระดับการสอน ให้เด็กคิดด้วยเหตุและผล รู้รากเหง้า เข้าใจกัน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวถึงนโยบายลำดับที่ 3 ของการทำงานด้านการศึกษา คือ นโยบาย “การอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย” ที่จะทำการยกระดับการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนการสอนให้นักเรียนเรียนประวัติศาสตร์ไทย ด้วยการคิดเหตุและผล เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน รู้รากเหง้าเรื่องราวของตนเอง สามารถเชื่อมโยงให้เข้าใจสังคมไทยปัจจุบันดีขึ้น รวมทั้งรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมโลกในฐานะที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก

สิ่งที่สำคัญ คือ การเรียนประวัติศาสตร์ด้วยความสนุก เพื่อให้นักเรียนซึมซับความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความหวงแหนเห็นคุณค่าในต้นทุนวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของคนไทย ที่สั่งสมมาเป็นหลายร้อยปี รวมถึงจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ มีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษและผู้มีพระคุณ และความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

กรอบแนวทางการเรียนการสอน

รมช.ศึกษาธิการ และคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย ได้หารือกับ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ชาติไทย  และราชบัณฑิตยสภา เพื่อวางกรอบแนวทางการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยผ่านการสื่อสารร่วมสมัย โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ ร.10 สืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธาน ร.9 เป็นธงชัยมุ่งเน้นการนำเสนอพระราชกรณียกิจในแต่ละรัชกาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เริ่มตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ 4-6  ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความเป็นสากล โดยจะนำเสนอพระราชกรณียกิจในมิติต่าง ๆ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคมนาคม ด้านการสื่อสาร ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เป็นต้น

วางกลุ่มเป้าหมายครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

การดำเนินนโยบาย มีกลุ่มเป้าหมายเป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำสื่อประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้นฉบับ (Prototype) และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network) เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย และเพื่อให้ครูสังคมศึกษาสามารถนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อสังคมออนไลน์ประยุกต์ให้เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย เพื่อพัฒนาสำนึกรักชาติความภูมิใจในชาติ และความจงรักภักดีต่อชาติ

กำหนด 3 แผนการดำเนินงาน

ในส่วนของแผนการดำเนินงาน แบ่งเป็น 3  แผนงาน คือ

  1. จัดทำคลังสื่อต้นแบบในสื่อ 2 ประเภท คือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสังคมออนไลน์  ประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยโดยนักวิชาการด้านเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทย นักวิชาการด้านการสอนและนักเทคโนโลยีการศึกษา ร่วมกันออกแบบและจัดทำสื่อดังกล่าว เพื่อเป็นต้นฉบับในการเผยแพร่สู่สาธารณะ และเพื่อเป็นแนวทางสำหรับครูสังคมศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน คุณครูสามารถเลือกไปดาวน์โหลดและสอนได้
  2. จัดทำตัวอย่างการแสดงละครบทบาทสมมุติ ในลักษณะ Role Play  ให้ดูเป็นตัวอย่างเพื่อให้เกิดความน่าสนใจและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในมุมมองของการเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน
  3. จัดกิจกรรมในโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนุกกับการเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยในรูปแบบที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น

ใช้สื่อร่วมสมัยเป็นเครื่องมือต่อยอดความรู้ทางประวัติศาสตร์

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กล่าวถึงการเรียนประวัติศาสตร์ว่า ที่จริงแล้วเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยู่ในความสนใจของคนจำนวนไม่น้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการนำเสนอให้ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของปี พ.ศ. หรือเรื่องที่เคร่งครัดกับแบบแผนความทรงจำเฉพาะเรื่องเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เรื่องของรถไฟ สามารถขยายผลต่อยอดไปได้มากมาย โดยรถไฟเกิดขึ้นในช่วงที่มีการล่าอาณานิคม จึงเกิดกระแสความรักชาติขึ้น จากเดิมที่ประเทศไทยเป็นเพียงดินแดนแคว้นใหญ่น้อย ขาดความเป็นเอกภาพแต่ละภูมิภาค มีเรื่องราวประวัติศาสตร์อันงดงามและน่าภาคภูมิใจเป็นของตนเอง แต่ในยุคการล่าอาณานิคมทุกเมืองต่างเสี่ยงกับภัยคุกคาม จึงมีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน โดยผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมายกว่าจะรวมประเทศไทยให้เป็นหนึ่งเดียวได้ ซึ่งรถไฟก็เป็นส่วนหนึ่งในการรวมบ้านเมืองสร้างความรักชาติให้เกิดขึ้น

จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเพียงแค่เรื่องราวของรถไฟก็สามารถต่อยอดไปประเด็นอื่นได้มากมาย เช่น ก่อนการมีรถไฟประเทศไทยมีการคมนาคมอย่างไร การค้าขายในยุคนั้นเป็นเช่นไร เทคโนโลยีก่อนที่จะมีรถไฟการลงทุนหรือเศรษฐกิจบ้านเมืองในยุคนั้น เป็นต้น ขณะเดียวกันก็สามารถขยายความไปถึงวันข้างหน้าว่าเราจะสามารถพัฒนาการขนส่งทางรางได้อย่างไร

ทั้งนี้ นโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย จะทำให้การเรียนประวัติศาสตร์โดยมีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย เป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสิ่งสำคัญคือผู้รับสารจะต้องสามารถนำไปขยายผลต่อได้ซึ่งนโยบายนี้เป็นมิติใหม่ในการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทยที่มีประโยชน์ทำให้เรารู้จักรากเหง้าตัวตนของตนเองเข้าใจว่าวันนี้ที่เราอยู่ที่นี่เพราะอะไร และส่งผลวันข้างหน้าเราจะสามารถเดินต่อไปได้ด้วยความมั่นใจ

เวลาเรียนอย่างน้อย 40 ชั่วโมง/ปี ลดความคลั่งชาติหรือชังชาติ

นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวว่า ศธ.ให้ความสำคัญกับการเรียนประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ได้กำหนดไว้ว่านักเรียนต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เท่ากับ 1 ปีการศึกษาจะได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ 40 ชั่วโมง และเชื่อมั่นว่านโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัยและสื่อการสอนที่ผลิตออกมาจะทำให้เกิด 40 ชั่วโมงที่คุ้มค่าแก่นักเรียนมากที่สุด

ปัจจุบันมีการใช้คำว่า “ชังชาติและคลั่งชาติ” อยู่แพร่หลาย ซึ่งอาจจะเกิดจากการจัดการศึกษาประวัติศาสตร์ของ ศธ.ที่ยังไม่สมบูรณ์นัก ทั้งนี้ในอดีตเมื่อเราต้องการรวมชาติบ้านเมืองให้มีความสามัคคีจะมีการส่งเสริมให้คนภาคภูมิใจในความเป็นชาติ และมุ่งมั่นชื่นชมประวัติศาสตร์ชาติเกินกว่าเหตุ จนทำให้เกิดการคลั่งชาติและชังชาติขึ้น

ศธ. เตรียมครูสังคมกว่า 36,000 คน เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ

นโยบายดังกล่าว จะทำให้เด็กได้ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างมีเหตุผล มีวิจารณญาณมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ศธ. มีครูวิชาสังคมศึกษาจำนวน 36,000 คน ที่พร้อมจะขับเคลื่อนนโยบายพร้อมนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน ช่วยลดความคลั่งชาติหรือชังชาติ เปลี่ยนเป็นสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติขึ้นแทน ซึ่งตนในฐานะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการพร้อมขับเคลื่อนนโยบายจากระดับเขตพื้นที่ลงสู่ห้องเรียนเพื่อให้เกิดคุณค่าแก่เด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง

มศว ร่วมพัฒนาสื่อการสอนประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ผศ.ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวในฐานะผู้ผลิตครูสังคมศึกษาว่า การพัฒนาการสอนวิชาประวัติศาสตร์เริ่มขึ้นมานานแล้ว ซึ่งวิชาประวัติศาสตร์มีวิธีการสอนที่ค่อนข้างยาก ขาดครูที่แม่นยำในด้านเนื้อหาสาระ ซึ่งเมื่อก่อนยังมีโอกาสได้คนที่จบสาขาประวัติศาสตร์มาสอน แต่ปัจจุบันเราจำกัดอยู่ในกลุ่มสังคมศึกษาทำให้เกิดปัญหาคือ ขาดครูที่เก่งประวัติศาสตร์จริง ๆ จึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เด็กในยุคปัจจุบันเข้าใจเข้าถึงและสนุกกับวิชาประวัติศาสตร์

ที่ผ่านมามีการผลิตสื่อการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ตรงความต้องการของผู้เรียนนโยบายนี้ จึงเป็นเครื่องมือช่วยเหลือครูให้มีสื่อที่จะทำให้เด็กเข้าใจตระหนักและภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ สามารถใช้เป็นโจทย์ในการตั้งประเด็นคำถามวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลคิดอย่างเป็นระบบ ต่อยอดค้นหาที่มาที่ไปของประวัติศาสตร์ว่าเกี่ยวโยงกับสิ่งใดบ้าง ส่งเสริมให้เด็กสนใจใฝ่รู้และหาความรู้เพิ่มเติม โดยเนื้อหาชุดแรกจะนำเสนอเรื่องพระจริยวัตรพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาประเทศ ตอนที่ 1 พัฒนาการรถไฟไทยโดยวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ย้ำเด็ก Gen Z ต้องได้เรียนประวัติศาสตร์ด้วยความสุข และสนุกกับการเรียน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน ครูมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เนื้อหา รวมถึงวิธีการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล จึงต้องสอดแทรกเนื้อหาผ่านรูปแบบที่มีความร่วมสมัย มีความน่าสนใจ ตื่นตาตื่นใจมากขึ้น เช่น การร้องแร็พ แหล่ หรือร้องหมอลำ หรือ การใส่ Animation เข้าไปในสื่อการเรียนการสอน ซึ่งนโยบายการอ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัยจะมีสื่อการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทยที่หลากหลาย จัดทำเป็นคลังข้อมูลดิจิทัล เพื่อให้คุณครูสามารถนำไปในการจัดการเรียนการสอน หรือต่อยอดในรูปแบบอื่น ๆ ได้

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเรียนประวัติศาสตร์ไทยด้วยความสุข และความสนุก วิชาประวัติศาสตร์จะเป็นวิชาที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยนโยบายการอ่าน เขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / ถ่ายภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s