ปลัด ศธ.เผยผลการประชุมกับคณะทำงานของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา การปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 21 คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น กรุงเทพฯ – นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมให้ข้อมูลการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค ต่อคณะทำงานพิจารณาศึกษา และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ในประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

ประเด็นสำคัญ
– คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา มีนายตวง อันทะไชย เป็นประธาน โดยเชิญปลัด ศธ.ให้ข้อมูลต่อคณะทำงาน
– ปลัด ศธ.ให้ข้อมูลถึงการแต่งตั้ง คกก.ปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. /สาระสำคัญของการปรับปรุง โดย ศธจ.เป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนระดับพื้นที่
– ไม่ได้เน้นยุบเลิก แต่เพื่อลดความซ้ำซ้อน เช่น งานนิเทศการศึกษา งานตรวจสอบภายใน ของภูมิภาค
– คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า ไม่ควรทำให้กระทบกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 และควรมีกรมวิชาการเหมือนเดิม

  • ศธ.แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง

            ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ศธ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ตามคำสั่ง ศธ. ที่ สป 995/2562 โดยมีหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์ ทบทวนบทบาทภารกิจและการจัดโครงสร้าง ศธ. ตามแนวทางการวิเคราะห์ภารกิจภาครัฐ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมาย นโยบายรัฐบาล รองรับบริบทการเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมทั้งจัดทำข้อมูล และข้อเสนอการทบทวนบทบาทภารกิจ การจัดโครงสร้างของส่วนราชการในสังกัด สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาเพื่อจัดโครงสร้างของ ศธ.

            ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 โดยมีความเห็นร่วมกันว่า การปรับปรุงโครงสร้างเน้นไปที่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาทั้งครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และสถานศึกษา ทั้งนี้สถานศึกษาทุกแห่งต้องพัฒนาไปสู่การเป็นสถานศึกษาที่ทันสมัยในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องมี Internet Access เข้ามาสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาทุกระดับทุกประเภท พร้อมทั้งมีมติให้องค์กรหลักดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล คิดหาแนวทาง  รายการปรับปรุงโครงสร้างองค์การ เพื่อจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ได้ร่วมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป (11 ธันวาคม 2562)

  • สาระสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.

            นอกจากการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ที่เน้นดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาแล้ว ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน มีการปฏิบัติงานในลักษณะสอดประสานและบูรณาการ ทั้งนี้เพื่อการบริหารจัดการการศึกษาที่เป็นเอกภาพ เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน  โดยให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เป็นตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ และเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและประสานงานการจัดการศึกษาในระดับจังหวัด จำเป็นต้องบริหารจัดการการศึกษาร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา อาชีวศึกษาจังหวัด  กศน.จังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องมีการกระจายอำนาจ  และมอบอำนาจด้านการบริหารงานบุคคล และงบประมาณให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการของบประมาณในการจัดการศึกษาต้องเป็นภาพรวมของจังหวัดในทุกสังกัดและทุกระดับ

  • ย้ำไม่เน้นยุบเลิกส่วนราชการ แต่เพื่อลดความซ้ำซ้อน

            ปลัด ศธ.กล่าวว่า การดำเนินงานการจัดการศึกษาในภูมิภาค ไม่ได้มีแนวทางในการยุบเลิกส่วนราชการใดที่ไม่จำเป็น แต่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ภารกิจของแต่ละหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานระหว่าง ศธจ.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รวมทั้งหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ งานด้านการนิเทศการศึกษา งานตรวจสอบภายใน การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ยกเว้นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและเกาะแก่ง

          ในด้านการพัฒนาบุคลากร มีแนวคิดในการพัฒนาทักษะ 2 ด้าน คือ ด้านไอทีและด้านภาษาอังกฤษ โดยต้องพัฒนาผู้บริหารและครูให้เป็นบุคลากรยุคไอที พร้อมทั้งการสอบคัดเลือกครูผู้สอน ก็ต้องพิจารณาให้ตรงความต้องการและวิชาเอกด้วย

  • ความเห็นของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา

            คณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นว่า การปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ไม่ควรดำเนินการให้กระทบกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. โดยให้พิจารณาถึงกลไกการบริหารจัดการในพื้นที่ ซึ่งมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับจังหวัด ทั้งนี้ อาจใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี สำหรับการขับเคลื่อนการดำเนินงานการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. ตามคำสั่งดังกล่าว ดังนี้

            ข้อ 3 (8) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
            ข้อ 7(4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 6 คน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนตามข้อ 2  โดยอย่างน้อยต้องมีผู้แทนองค์กรภาคเอกชน 1 ผู้แทนองค์กรวิชาชีพและผู้แทนภาคประชาชนด้านละ 1 คน
            ข้อ 23 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค
            ในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงาน ก.ค.ศ. ควรปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความคล่องตัว และลดขั้นตอนปฏิบัติงาน
            สำหรับส่วนราชการส่วนกลาง ศธ. ควรกำหนดให้มีกรมวิชาการ ที่เป็นหน่วยงานดำเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน ตามที่เคยมีเช่นเดิม พร้อมทั้งเน้นทักษะผู้เรียนด้านพหุปัญญา (กีฬา ดนตรี และศิลปศึกษา)

          ปลัด ศธ.กล่าวด้วยว่า ภายหลังการชี้แจงเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ในครั้งนี้ คณะทำงานฯ จะนำข้อมูลดังกล่าวนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ได้พิจารณาต่อไป

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / เรียบเรียง
ขอบคุณข้อมูล / กลุ่ม ก.พ.ร. สป.ศธ.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s