ผลประชุม ก.ค.ศ.ครั้งที่ 11/2562

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2562 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2562 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์) เข้าร่วมประชุม ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

อนุมัติกรอบอัตรากำลังของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 15 แห่ง 341 อัตรา

ที่ประชุมอนุมัติการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน. จำนวน 15 แห่ง ในระยะเวลาเริ่มแรก รวมทั้งสิ้น 341 อัตรา ประกอบด้วย

  • ผู้อำนวยการสถานศึกษา 15 อัตรา
  • รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 15 อัตรา
  • ครู 180 อัตรา
  • บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) 131 อัตรา

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการและการเรียนการสอนของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาทั้ง 15 แห่ง เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนและนักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษา อีกทั้งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาหลายแห่งข้างต้น มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อควาเรียม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ฯลฯ ส่งผลให้ภาระงานด้านธุรการเพิ่มมากขึ้นด้วย

อนุมัติอัตราว่างจากเกษียณ 738 อัตรา

ที่ประชุมอนุมัติการจัดสรรอัตราว่าง จากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการจัดสรรแทนอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการ ด้วยการจ้างรูปแบบอื่น (พนักงานราชการ) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ครั้งที่ 2) จำนวน 738 อัตรา ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 647 อัตรา
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 7 อัตรา
  • สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 74 อัตรา
  • สำนักงาน กศน. 10 อัตรา

โดยให้ส่วนราชการดังกล่าว เกลี่ยอัตรกำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1) ให้กำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่งตามเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด โดยเคร่งครัด 2) ตำแหน่งที่กำหนดจะต้องมีจำนวนและประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติ 3) ให้กำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังไม่เกินกรอบอัตรากำลัง หรือเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด 4) ในการใช้อัตราที่ได้รับการจัดสรรคืนอัตรากำลังว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ให้ใช้อัตรากำลังได้ไม่ก่อนวันที่ ก.ค.ศ. มีมติอนุมัติ

ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ ให้สงวนอัตราตำแหน่งว่างจากการเกษียณอายุราชการ ของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) (ประเภทวิชาการและทั่วไป) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1 อัตรา ไว้ก่อน เพื่อเสนอขอทบทวนไปยัง คปร.

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอเหตุผล ความจำเป็น เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ตามที่ คปร. กำหนด ในส่วนของตำแหน่ง ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ให้จัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ คืนส่วนราชการเดิมทั้งหมดต่อ คปร. ต่อไปด้วย

เห็นชอบยกเว้นคุณสมบัติคัดเลือก รอง/ผอ.สถานศึกษา สพฐ. (ว8)

ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเว้นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ (ว 8 /2562) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • ยกเว้นให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ไม่ต้องผ่านการพัฒนาก่อนเข้าสู่การคัดเลือก แต่มีเงื่อนไขให้เพิ่มระยะเวลาในการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง โดยเนื้อหาของหลักสูตรต้องมีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วย
  • ให้เพิ่มระยะเวลาในการประเมินสัมฤทธิผลในการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่ ก.ค.ศ. กำหนดจากระยะเวลา 6 เดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี และกำหนดให้มีการประเมิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน โดยให้ทุกส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีความรู้ ความสามารถ และศักยภาพในการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา และนำนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อนุมัติแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สป. 5 ราย

ที่ประชุมอนุมัติการแต่งตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 5 ราย แทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเพื่อความเหมาะสม และเพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ดังนี้

  1. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  2. นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.
  3. นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  4. นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.
  5. นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดนครราชสีมา

เห็นชอบให้สงวนอัตราตำแหน่งว่างครูผู้ช่วย รองรับทุน ม.ท.ศ.

ที่ประชุมเห็นชอบหลักการ ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สงวนอัตราตำแหน่งว่างและอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งนักเรียนทุนโครงการทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ซึ่งเป็นนักเรียนทุนที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม และได้ผ่านการฝึกและการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่จบการศึกษาแล้ว เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย

โดยมุ่งเน้นในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ และสาขาที่ขาดแคลน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ในระยะเริ่มแรก จำนวน 5 อัตราต่อปี หรือตามจำนวนที่คณะกรรมการ ม.ท.ศ. มีมติ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

เห็นชอบกรอบอัตรากำลังครู สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง

ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดกรอบอัตรากำลัง คณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 สาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ (ต่อเนื่อง) และสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ (ต่อเนื่อง) จำนวน 10 อัตรา เพื่อรองรับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการในสาขาวิชาดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อให้สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 4 สามารถจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการได้อย่างมีคุณภาพ เกิดประสิทธิผล นักศึกษามีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในสาขาวิชาเฉพาะทาง เพื่อรองรับความต้องการของสถานประกอบการ ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรมและระบบโลจิสติกส์ในเขตพื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก (WEC) ต่อไป

อนุมัติการตัดโอนอัตราสายงานการสอน สพฐ.ที่ว่างอยู่ เป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย กศน.-สอศ.

ที่ประชุมอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการตัดโอนอัตราเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ว่างอยู่ กำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษา จำนวน 1,843 อัตรา สังกัดสำนักงาน กศน. (1,023 อัตรา) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (820 อัตรา)

โดยมีเงื่อนไขในการใช้ตำแหน่งเพื่อการบรรจุและแต่งตั้ง คือ ให้ได้รับเงินเดือนอันดับครูผู้ช่วย ตามวุฒิที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยอาศัยเบิกในอัตราเงินเดือนที่กำหนด และอัตราเงินเดือนที่กำหนดนี้ เมื่อนำไปใช้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว อัตราเงินเดือนที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งว่าง ไม่มีเงิน หรือนำไปกำหนดเป็นตำแหน่งเพิ่มใหม่ได้

ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการนำเรื่องการตัดโอนอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน สังกัด สพฐ. ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค พิจารณาอนุมัติต่อไป

อนุมัติกรอบอัตรากำลัง รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย

ที่ประชุมอนุมัติการกำหนดตำแหน่ง กรอบอัตรากำลัง มาตรฐานตำแหน่ง ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย

เนื่องจากเห็นว่าเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาด้วยหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในลักษณะโรงเรียนประจำ เพื่อเป็นการเตรียมกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ให้มีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ดังนี้

  1. อนุมัติให้กำหนดตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการศึกษา นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการพัสดุ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นักวิเทศสัมพันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักโภชนาการ พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ และนายช่างเทคนิค เป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย
  2. อนุมัติให้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) เพิ่มเติม จำนวน 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิเทศสัมพันธ์ นักโภชนาการ นักจิตวิทยา นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ นักวิชาการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายช่างเทคนิค
  3. อนุมัติกรอบอัตรากำลังตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จำนวน 12 แห่ง ๆ ละ 36 อัตรา รวม 432 อัตรา ในระยะแรก เห็นควรกำหนดระดับตำแหน่งเป็น 2 ระดับทุกตำแหน่ง คือ ระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ สำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ  และระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน สำหรับตำแหน่งประเภททั่วไป และเมื่อภาระงานและปริมาณงานของตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีผู้มีคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งได้ สพฐ. อาจขออนุมัติ ก.ค.ศ. พิจารณาปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งต่อไปได้ ทั้งนี้ การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้งบประมาณที่ได้รับ และไม่ทำให้งบประมาณรายจ่ายด้านบุคคลเพิ่มสูงขึ้น
  4. อนุมัติให้กำหนดแนวทางการกำหนดเลขที่ตำแหน่งฯ โดยกำหนดพยัญชนะสองตัวแรก เป็นรหัสพยัญชนะ “วภ” หมายถึง โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และกำหนดเลขที่ตำแหน่ง จำนวน 4 หลัก ต่อจากรหัสพยัญชนะโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตัวเลขหลักที่ 1 และ 2 (นับจากซ้าย) แทนรหัสจังหวัด และตัวเลขหลักที่ 3 และ 4 แทนเลขที่

อนุมัติย้าย ผอ.สพท.25 ราย

ที่ประชุมอนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 25 ราย แบ่งเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 17 ราย และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 8 ราย ดังนี้

  1. นายสายัณห์ ไกรนรา ผอ.สพป.ภูเก็ต ให้ ดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.กระบี่
  2. นายพลชัย ชุมปัญญา ผอ.สพป.เลยเขต 2 ให้ ดำรงตำแหน่ง ผอ. สพป.นครพนมเขต 2
  3. นายประกิจ พุ่มพฤกษ์ ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 7
  4. นายนิตย์ พรมประสิทธิ์ ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1
  5. นายประหยัด สุขขี ผอ.สพป.ราชบุรี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2
  6. นายณรงค์ ศรีละมุล ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.พัทลุง เขต 2
  7. นายอภิรักษ์ อิ่มจิตอนุสรณ์ ผอ.สพป.ลำปาง เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.แพร่ เขต 1
  8. นายสุภาพ วงษ์สามาตย์ ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1
  9. นายพิสุทธิ์ แสนเมือง ผอ.สพป.เลย เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2
  10. นายมโน ชุนดี ผอ.สพป.อ่างทอง ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ลพบุรี เขต 2
  11. นายอัมพล หันทยุง ผอ.สพป.ตราด ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.สระแก้ว เขต 2
  12. นายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1
  13. นายบูรพา พรมสิงห์ ผอ.สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2
  14. นายวิรัตน์ ไกลแก้ว ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3
  15. นายยงศักดิ์ เชาวน์วุฒิกุล ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4
  16. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3
  17. นายธนชน มุทาพร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1
  18. นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.27 ให้ดำรงตำแหน่ง เป็น ผอ.สพม.23 ( จ.สกลนคร )
  19. นายอดุลย์ศักดิ์ บุญอเนก ผอ.สพม.26 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.27 ( จ.ร้อยเอ็ด)
  20. นายภัทธศาสน์ มาสกุล ผอ.สพม.28 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.29 ( จ.อุบลราชธานี-จ.อำนาจเจริญ)
  21. นายชูชาติ แก้วนอก ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.28 ( จ.ศรีสะเกษ – จ.ยโสธร)
  22. นายชัยวัฒน์ ตั้งพงษ์ ผอ.สพม.24 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.30 (จ.ชัยภูมิ)
  23. นายทวี ทะนอก ผอ.สพป.สมุทรสาคร ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.24 (จ.กาฬสินธุ์)
  24. น.ส.รัตติมา พานิชอนุรักษ์ ผอ.สพม.2 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.31 (จ.นครราชสีมา)
  25. นายสุชาติ กลัดสุข ผอ.สพป.อุทัยธานี เขต 1 ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพม.2 ( กทม.)

ศรายุทธ  มาทัพ กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.
บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
สมประสงค์ ชาหารเวียง / ถ่ายภาพ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s