รมช.ศธ.กนกวรรณ มอบนโยบายการประชุมผู้บริหารศธ.สัญจร ปีงบประมาณ 2563 : พื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยอง

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการประชุม “ผู้บริหาร ศธ.สัญจร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 : พื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยอง​” โดยมีผู้บริหารส่วนราชการ หน่วยงานในกำกับของ​กระทรวงศึกษาธิการ, ผู้ตรวจราชการ ศธ., ศึกษาธิการภาค/ศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ, ผู้บริหารองค์การมหาชน ตลอดจนองค์กรเครือข่ายที่มีส่วนร่วมจัดการศึกษาในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน ณ หอประชุมโรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง

ย้ำ ศธ.รวมใจการทำงานเป็นหนึ่งเดียว พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น

รมช.ศึก​ษาธิการ​ กล่าวว่า ศธ.ภายใต้การนำของ รมว.ศึกษาธิการ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” จะรวมใจการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว ห้องทำงานของตนเปิดตลอด ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นจากทุกท่าน เพื่อร่วมกันทำงานที่สร้างสรรค์ต่อการศึกษา หรือหากไม่สะดวกก็สามารถส่งจดหมายมาที่ ศธ.ได้ สิ่งใดที่เป็นปัญหาจะได้ช่วยกันแก้ไขให้ตรงจุด ให้สังคมมองเราในฐานะเป็นกระทรวงที่คาดหวังจากสังคมในการทำงานการศึกษา เพื่อมุ่งไปสู่คุณภาพผู้เรียน ด้วยมือของเราทุกคน

ให้นโยบายการทำงานที่สอดคล้องการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

ขอเรียนว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยมีคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ดำเนินการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งสอดคล้องและบูรณาการกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านอื่น ๆ​

เป้าหมาย 4 ด้าน นำไปสู่การปฏิบัติตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องมีหน้าที่นำไปสู่การปฏิบัติ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามระยะเวลาที่กําหนด แผนฉบับนี้มีวัตถุประสงค์โดยรวม 4 ด้าน ได้แก่

  • ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา (Enhance Quality of Education)
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (Reduce Disparity in Education)
  • มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Leverage Excellence and Competitiveness)
  • ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล (Improve Efficiency, Agility and Good Governance)

“พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” คือหนึ่งในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาข้างต้น กำหนดให้มี “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษาในการนำร่องกระจายอำนาจ และให้อิสระแก่หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งมีการขยายผลนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนและวิธีการปฏิบัติที่ดีไปใช้ในสถานศึกษาอื่น ๆ

โดยคาดหวังให้คนไทยมีคุณภาพ มีความใฝ่รู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถอยู่และทำงานร่วมกับผู้อื่นซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายได้ มีความรู้เท่าทันโลก และมีทักษะในการประกอบอาชีพตามความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน ตลอดจนให้รัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างแท้จริง

ช่วงเวลาที่ผ่านมา ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมกันผลักดันให้พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 จากนั้น ศธ.ได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องใน 6 จังหวัด/ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่/ภาคเหนือ, ศรีสะเกษ/ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กาญจนบุรี/ภาคกลาง, ระยอง/ภาคตะวันออก, สตูล/ภาคใต้, ปัตตานี ยะลา นราธิวาส/ภาคใต้ชายแดน ได้ตามเป้าหมายเร่งด่วน

วางกลไกทำงานของพื้นที่นวัตกรรมฯ ทั้งระดับนโยบายและพื้นที่

แนวทางดำเนินการระยะต่อไป จะต้องมีนโยบายและกฎระเบียบที่มีความคล่องตัว และเอื้อการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน และการบริหารของโรงเรียน รวมทั้งมีหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีความสอดคล้องกับอัตลักษณ์ และความต้องการของชุมชนและพื้นที่ ตามเป้าหมายระยะสั้นภายในปี 2564

โดยมีกลไกดำเนินการ 2 ระดับ ได้แก่ 1) คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการและเลขานุการ 2) คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

ศธ.พร้อมขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 6 ภาค

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมดำเนินการตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ทั้งระดับนโยบายในส่วนกลาง และระดับขับเคลื่อนในพื้นที่ ประกอบกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยองเป็นเพียงแห่งเดียวที่อยู่ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 และเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard) ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

อีกทั้งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือภาคีจำนวนกว่า 30 องค์กร เพื่อให้จังหวัดระยองเป็นต้นแบบในการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัยและทุกระดับที่ตอบโจทย์ “ระยอง เท่าเทียม ทั่วถึง เท่าทัน สมดุล ร่วมสร้างระยองให้เป็นเมืองน่าอยู่” จึงเป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องที่สามารถใช้ประโยชน์ในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ผู้บริหารในส่วนกลาง รวมทั้งศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด

ดังนั้น สป.ศธ. โดยความร่วมมือกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงจัดทำโครงการประชุมผู้บริหาร ศธ. สัญจร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 : พื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยอง ขึ้นในวันนี้

ด้านนายประเสริฐ บุญเรือง รักษาราชการแทนปลัด ศธ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 รวมทั้งแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยอง

โดยกิจกรรมภาคเช้า เป็นการเสวนาเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 และแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษานำร่องจังหวัดระยอง ส่วนกิจกรรมภาคบ่าย แบ่งกลุ่มย่อยจำนวน 5 กลุ่ม เพื่อเดินทางไปเยี่ยมเยียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ กับผู้บริหารสถานศึกษา ณ วิทยาลัยสารพัดช่างระยอง วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี และวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาตากสินระยอง รวมทั้งเดินทางกลับมาสรุปผล ณ ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคระยอง

การจัดประชุมครั้งนี้ ขอขอบคุณสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 (ชลบุรี) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดประชุม รวมทั้งความร่วมมือจากองค์กรที่มีส่วนร่วมจัดการศึกษาในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน

โอกาสนี้ ปลัด ศธ.ได้มอบหมายงานที่เร่งด่วนของ ศธ. ปีงบประมาณ 2563 ที่สำคัญ ดังนี้

  • ให้ทุกส่วนราชการทำงานร่วมกันเป็นเอกภาพ จะเห็นได้ว่าการจัดกิจกรรมที่สำคัญของ ศธ.จะมีทุกหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน เช่น การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารทุกหน่วยงานและองค์การมหาชนมาประชุมร่วมกัน โดยใช้สถานที่ของราชการจัดประชุม ซึ่งประหยัดงบประมาณราชการตามนโยบายของ รมว.ศธ.
  • การตั้ง อกศจ.ในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ขอให้เร่งตั้งให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ภายในวันที่ 10 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะ อกศจ.ด้านบริหารงานบุคคล เพื่อทำงานให้รวดเร็วและเกิดความต่อเนื่อง
  • การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2562 ที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย.นี้ ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจทำงานร่วมกันเชิงบูรณาการ เป็นเอกภาพ
  • การปฏิรูปการศึกษา เมื่อมีการปฏิรูปใดๆ เกิดขึ้น ผู้เกี่ยวข้องต้องวางแผนปฏิรูปให้ดีขึ้น โดยจุดประสงค์ของการปฏิรูปคือ ผู้เรียนในยุคโลกาภิวัตน์ที่จะต้องทันการเปลี่ยนแปลงของโลก รูปแบบบริหารจัดการและโครงสร้างของ ศธ.ต้องเอื้อต่อการพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษาในอนาคต ที่สำคัญคุณภาพการศึกษาจะต้องดีขึ้น ทุกท่านอย่าวิตกกังวลถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เพราะขณะนี้ยังไม่มีธงใด ๆ ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง แต่ย้ำว่าเมื่อปฏิรูปแล้ว จะไม่มีใครต่ำกว่าเดิม ต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด โดยมองสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับเด็ก ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน ครูได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนำไปสู่ผู้เรียนที่คาดหวังในศตวรรษที่ 21 เช่น สามารถเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ได้ ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
  • การจัดงานวันเด็ก ปี 2563 ส่วนกลางจะจัดที่สนามหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และเน้นการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงานของ ศธ. โดยจะมีการประชุมเตรียมงานภายในเดือน พ.ย.นี้
  • การจัดตั้งศูนย์เสมารักษ์ ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด/กรุงเทพฯ ให้ครบทั้ง 77 แห่ง ซึ่งขณะนี้หลายจังหวัดจัดตั้งไปแล้ว โดยเน้นการทำงานจิตอาสา เพื่อร่วมบูรณาการลงพื้นที่ เฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เด็กหนีเรียน หรือช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีผลกระทบกับเด็กนักเรียน
  • ช่องทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของ ศธ. โดย รมว.ศธ.ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์ทั้ง 4 องค์กรหลัก และ 3 หน่วยงานใน สป. (สช.-สำนักงาน กศน.-สำนักงาน ก.ค.ศ.) มาร่วมกันทำงานให้เป็นเอกภาพ โดยบูรณาการงบประมาณและบุคลากร

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป. / ถ่ายภาพ (+Video)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s