ศธ.แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป 995/2562 สั่ง ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 258 จ.ด้านการศึกษา (4) บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด ประกอบกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ สั่ง ณ วันที่ 3 เมษายน 2560

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย มีโครงสร้างขององค์กรที่เอื้อต่อการบริหารจัดการและการจัดการศึกษา จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์พิจารณาปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 32 คน ประกอบด้วย นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เป็นประธานคณะที่ปรึกษา, นายณรงค์ ดูดิง และนายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. เป็นที่ปรึกษา, ปลัด ศธ. เป็นประธาน, โดยผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (ก.พ.ร.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเลขานุการ และผู้อำนวยการ ก.พ.ร. อีก 3 องค์กรหลัก เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

หน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว คือ ศึกษา วิเคราะห์ ทบทวน ภารกิจและการจัดโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ตามแนวทางการวิเคราะห์ภารกิจภาครัฐ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมาย รองรับบริบทการเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการแผ่นดิน, จัดทำข้อมูลและข้อเสนอการทบทวนบทบาท ภารกิจ การจัดโครงสร้างของส่วนราชการในสังกัด สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาเพื่อจัดโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ, แต่งตั้งคณะทำงานสนับสนุนการปฏิบัติงานการปรับปรุงโครงสร้าง และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

รมว.ศธ. กล่าวว่า ในช่วงการทำงานในตำแหน่งตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ พบปัญหาการขาดความเป็นเอกภาพในระดับภูมิภาค เขตพื้นที่การศึกษา และจังหวัด ซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานการศึกษาในระดับพื้นที่เท่าที่ควร ส่งผลถึงการทำงานระดับส่วนกลางด้วย จึงเห็นว่าการปรับปรุงโครงสร้างศธ.ในภูมิภาค มีความจำเป็นที่จะต้องทำล้อไปพร้อมกับการแก้ไขโครงสร้าง ศธ.ส่วนกลางด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีมมากขึ้น ไม่ใช่การทำงานที่ซ้ำซ้อนเหมือนที่ผ่านมา

หลังจากมีคำสั่งดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการจะประชุมวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด รวมถึงพิจารณาผลกระทบ ข้อดี ข้อเสียของการมีศึกษาธิการในภูมิภาค และการทำงานการศึกษาในบริบทต่าง ๆ รวมทั้งนำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. รวมทั้งข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาดูด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนการศึกษาเกิดประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพราะไม่เช่นนั้นจะสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมาก

โดยการปรับโครงสร้าง ศธ.ทั้งหมดนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ “เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาบรรลุตามเป้าหมาย มีโครงสร้างขององค์กรที่เอื้อต่อการบริหารจัดการและการจัดการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ”

รมว.ศธ. “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ”

บัลลังก์ โรหิตเสถียร / สรุป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เดลินิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s