รองนายกฯวิษณุ มอบนโยบายการศึกษา ศธ.ชูการทำงานเป็นทีม เพื่อพลิกการศึกษาไทย เดินหน้าไปด้วยกัน

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ที่ห้องราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรี 3 ท่าน, ผู้ตรวจราชการกระทรวง, ผู้บริหารจากหน่วยงานส่วนกลาง และศึกษาธิการภาค เข้าร่วมประชุม

รองนายกฯ วิษณุ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญการศึกษามาตลอด แนะ 7 ด้านการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลสำเร็จทั้ง 7 ช่วงชั้น

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นอย่างมาก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน โดยได้มอบหมายให้ ศธ.ดำเนินการขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาเกี่ยวข้องกับทุกคนในสังคม เพราะมี Stakeholder ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงต้องการให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา” เพื่อขับเคลื่อนทั้งแผนงานขับเคลื่อน และแนวทางปฏิบัติ

ส่วนตัวมีความรู้สึกพอใจที่ ศธ.ได้ประกาศนโยบาย “รัดเข็มขัดงบประมาณ ศธ.” ใน 4 เรื่อง คือ งด การศึกษาดูงานต่างประเทศ 1 ปี, ลด การจัดประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี, ยกเลิก การจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง หรืองานลักษณะอีเว้นท์ (Event), ทบทวน งบประมาณที่ซ้ำซ้อน ซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญและเป็นจุดอ่อนของ ศธ.มาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาเมื่อตรวจสอบการทุจริต ศธ.เจอปัญหานี้มากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ รมว.ศึกษาธิการให้ความสำคัญเรื่องนี้ จะช่วยประหยัดการใช้จ่ายงบประมาณ การดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและหลักธรรมาภิบาล ขอให้ ศธ.เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาการทุจริตด้วย

รองนายกฯ ยังได้กล่าวแสดงความเห็นด้วยที่ รมว.ศึกษาธิการพูดถึงการปรับปรุง “ระบบและโครงสร้าง” ของกระทรวง เพราะที่ผ่านมา ศธ.มีปัญหากับการทำงานเป็นแท่ง จึงฝากให้ผู้บริหาร ศธ.ช่วยกันคิดในเรื่องนี้ และร่วมกันจัดระบบให้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลสำเร็จนั้น จำเป็นจะต้องคำนึงถึง 7 ด้าน ประกอบด้วยครู นักเรียน ผู้ปกครอง ตำรา หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดผล ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ก็ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้มาเป็นอย่างดี แต่ก็ฝากข้อคิดเพิ่มเติมในการจัดการศึกษาต้องตอบสนองผู้เรียนทั้ง 7 ช่วงชั้น คือ ก่อนอนุบาล อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งแต่ละช่วงชั้นมีสปิริตและปรัชญาการจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน ซึ่งควรนำ Active Learning เข้ามาใช้ในการศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน รวมทั้งคำนึงถึงการปลูกฝังบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ การสร้างวินัย การเสริมสร้าง Hard Skill- Soft Skill-Professional Skill ในแต่ละช่วงวัยของผู้เรียนให้เหมาะสมด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดตั้ง “สำนักงาน ป.ย.ป.” มีฐานะเป็นกรม สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีผู้บริหารเทียบเท่าระดับ 11 เพื่อขับเคลื่อน (Drive) การปฏิรูปประเทศแบบหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (Fast Track) ที่ได้รับการสนับสนุนครบทั้งด้านงบประมาณที่สามารถใช้งบกลางของรัฐบาลได้, ด้านบุคลากรซึ่ง ก.พ.พร้อมสนับสนุน, ด้านหน้าที่และอำนาจซึ่งจะมีกลไกการทำงานที่รัฐบาลจะออกกฎหมายให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งรัฐบาลยังจัดตั้ง “สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี” (Prime Minister Delivery Unit: PMDU) ซึ่งเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทำงานในลักษณะ Think Tank ให้กับนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แก่ประชาชน เช่น หมอกควัน น้ำแล้ง น้ำท่วม ฯลฯ

ศธ.จึงควรใช้ประโยชน์จากหน่วยงานดังกล่าวให้มากที่สุด

รมว.ศึกษาฯ ชูการทำงานเป็นทีม เพื่อพลิกการศึกษาไทย เดินหน้าไปด้วยกัน

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ศธ.ได้รายงานแนวนโยบายที่ได้หารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.เพื่อให้เห็นภาพเป็นหนึ่งเดียวกัน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อ “พลิกการศึกษาไทย เดินหน้าไปด้วยกัน” โดยนำศักยภาพของ ศธ.เป็นแกนหลักในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งทุกคนต้องมี “ความเชื่อและมั่นใจ” ว่าเด็กไทยมีศักยภาพ ไม่แตกต่างไปจากประเทศชั้นนำของโลก แต่จะต้องมีทักษะการปรับตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

หลังจากทำงานมา 3 เดือน (10 ก.ค.-10 ต.ค.62) เห็นว่าเราจะสานต่อ เสริมสร้าง และยกระดับอย่างเดียวคงไม่พอ แต่จำเป็นต้องทำงานเป็นทีม มีการปรับปรุงแก้ไขระบบและโครงสร้างของ ศธ. ซึ่งรองนายกฯ เห็นด้วย แต่การเดินหน้าต่อไปอย่างไรนั้น ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจะมีคัดเลือกมาจากคนที่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนและขับเคลื่อน จำนวน 15 คน ส่วนการปรับโครงสร้างที่จะต้องมีการลดตำแหน่งข้าราชการระดับ 11 ลงด้วยหรือไม่นั้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาจะไปพิจารณาเอง อย่างไรก็ตามจะไม่ทำอะไรที่กระทบคนที่อยู่ในตำแหน่งอยู่แล้ว คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีความชัดเจนในการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.อย่างแน่นอน

สำหรับประเด็นที่รองนายกฯ ขอให้ ศธ.เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาทุจริตนั้น แม้จะเป็นเรื่องยากเพราะทราบข้อมูลว่าที่ผ่านมา ศธ.มีเรื่องทุจริตจำนวนมาก แต่ก็ต้องทำให้เป็นต้นแบบให้ได้ในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาการทุจริต

รมว.ศึกษาธิการ ยังได้กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อน ศธ.ด้วยว่า นอกจากจะเน้นการปฏิรูปคุณภาพของระบบแล้ว ควรเสริมมาตรฐานการเรียนการสอนของประเทศ เพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้เป็นกำลังหลักเพื่อพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นจึงควรวางรากฐาน 5 ด้านที่สำคัญ คือ 1) ครูและบุคลากรมีคุณภาพสูง 2) มีการเรียนการสอนสามภาษา 3) สร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม 4) ใช้เทคโนโลยีการเรียนการสอนที่ทันสมัย 5) จัดระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น สายสามัญ-สายอาชีพสายเดียวกัน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ไปสู่ศตวรรษที่ 21 ต่อไป.

อิชยา กัปปา, บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/เรียบเรียง
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า : ถ่ายภาพ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s