ศธ.มุ่งเน้นลดเหลื่อมล้ำการศึกษาทั่วประเทศ โรงเรียนเล็ก-ใหญ่เข้าถึงได้หมด

รมว.ศธ. เผยแผนการลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาทั่วประเทศ ตอบโจทย์การควบรวม ไม่ว่าโรงเรียนขนาดเล็ก-ใหญ่ เข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม ย้ำหลังลงพื้นที่พบว่าคุณภาพของสถานศึกษา ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทีมผู้บริหารในการสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี พร้อมแก้ปัญหา “โครงสร้างองค์กร-วิธีคัดสรรตำแหน่งผู้บริหารทุกระดับ”

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากกรณีที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน และอาจจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครองว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการศึกษา และยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีการควบรวมหรือไม่ และหากต้องมีการควบรวมก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะควบรวมกี่โรงเรียนและกี่พื้นที่ โดยต้องคำนึงถึงภูมิศาสตร์ของสถานที่ ระยะทาง และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

จากการรวบรวมข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยลงพื้นที่สถานที่จริง พบว่ามีโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมด 15,000 โรงเรียน ขณะที่เป็นโรงเรียนที่ไม่มีโอกาสควบรวม ประมาณ 1,914 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่อยู่ตามเกาะ แถบบนภูเขา อย่างไรก็ตามการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ศธ.ต้องการให้ระบบการศึกษามีคุณภาพดีขึ้น โดยเน้นคุณภาพการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนทั่วประเทศไทย

“ผมไม่ได้บอกนะครับว่า เราจะมีการควบรวมจริง และจะควบรวมจำนวนเท่าไร แต่ยืนยันได้ว่าสิ่งที่เด็ก เยาวชน และผู้ปกครองจะได้ คือการศึกษาที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมแน่นอน หากมีความชัดเจนว่าควรจะควบรวม  กระทรวงศึกษาธิการต้องดูในส่วนงบประมาณที่เหมาะสม ขณะนี้บางโรงเรียนอาจจะมีครูอยู่แค่ 2 คน กับนักเรียน 40 คน เราต้องดูว่าต้องเพิ่มครูเข้าไปมากกว่านี้ เพื่อให้มีการศึกษาเท่าเทียมกัน  นักเรียนทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ความสามารถของผู้บริหาร ระดับผู้อำนวยการ และครู ต้องมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน” รมว.ศธ. กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องนำข้อมูลมาพิจารณา มาเปรียบเทียบกับที่ผ่านมาในอดีต เพื่อดูความเหมาะสม นอกจากนี้หากมีการควบรวมโรงเรียน ทาง ศธ.ต้องมีการเตรียมความพร้อมและแก้ปัญหาในส่วนของบุคลากร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริหารในโรงเรียน ทั้งผู้อำนวยการ และครู

“กรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีความวิตกกังวลว่า หากมีการควบรวมกันจริงแล้ว พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน ผมยืนยันว่าการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้ที่ได้รับผลกระทบจะต้องไม่ถูกริดรอนสิทธิที่เขาควรจะได้ หรือแม้แต่โอกาสเติบโตก้าวหน้าทางด้านหน้าที่การงาน กระทรวงศึกษาธิการต้องคงไว้ ไม่เช่นนั้นก็จะมีการต่อต้าน และมีความไม่เข้าใจ” รมว.ศธ. กล่าวในที่สุด

สำหรับกรณีการบรรจุข้าราชการครูนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2562 ได้มีการบรรจุตำแหน่งผู้อำนวยการ 4,900 คน ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง  ส่วนที่เหลือ และตำแหน่งที่กำลังจะเกษียณอายุนั้น  กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งโครงสร้างของ ศธ.และวิธีที่ได้มาซึ่งผู้บริหารในตำแหน่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ตนให้ความสำคัญที่สุด

“เราต้องยอมรับว่า สิ่งดี ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการมีอยู่ ก็ควรต้องนำมาต่อยอด แต่สิ่งไหนที่เป็นปัญหา หรือสิ่งไหนที่อาจจะสร้างความแคลงใจกับสังคม เราต้องเข้าไปดู  เข้าไปแก้ไข มิเช่นนั้นก็จะเป็นการสร้างปัญหา หรือปล่อยให้ปัญหานั้น เกิดขึ้นต่อไป” นายณัฏฐพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากที่ได้มีโอกาสไปดูโรงเรียนในหลายจังหวัด พบว่าประมาณ 95% มีผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความมุ่งมั่น แม้จะเห็นสภาพโรงเรียน ที่ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก หรือโรงเรียนขนาดใหญ่ หรือขาดแคลนอุปกรณ์ขนาดไหน แต่ก็สามารถสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนได้อย่างดี ขณะที่บางโรงเรียน ผู้บริหารอาจไม่มีความสามารถในการบริหาร ไม่ว่าเพราะเหตุผลใดก็แล้วแต่ สิ่งที่สะท้อนออกมาคือสภาพการเรียนการสอนยังไม่ดีเท่าที่ควร ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีอยู่ชัดเจน คือต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้กับนักเรียนทุกคนในประเทศไทย

ภาพ / ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
กราฟิก / บัลลังก์ โรหิตเสถียร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s