ภารกิจ รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ที่ปราจีนบุรี หนุนขับเคลื่อนงาน กศน.สร้างภาพลักษณ์อย่างมืออาชีพ เสริมความรู้ภาษาอังกฤษรองรับ EEC

(18 สิงหาคม 2562) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการค่ายอบรมพัฒนาบุคลิกภาพผู้เรียน กศน.ขั้นพื้นฐานสู่ภาคอาชีวศึกษาและการมีงานทำ โดยมีนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน., นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี, นายบุญลือ ทองเกตุแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี ผู้บริหาร กศน.จังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับและร่วมโครงการ ณ วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำนักงาน กศน. ให้ความสำคัญในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันผลิตเด็กให้เป็นผู้ที่ได้เรียนรู้ ทำงานตรงกับเป้าประสงค์ และตลาดแรงงาน โดยต้องเป็นการเรียนรู้อย่างมีความสุข เพราะกระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทิ้งไว้ข้างหลัง

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับภาพลักษณ์ผู้เรียน กศน. เพราะบุคลิกภาพเป็นเครื่องมือที่สำคัญของบุคคลที่จะต้องเกี่ยวข้องในการทำงาน การสร้างความประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องอาศัยทั้งทักษะการวางตัว และการรักษาภาพลักษณ์อย่างมืออาชีพ ดังนั้นการพัฒนาบุคลิกภาพ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายของผู้เข้ารับการอบรม และถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้ร่วมกิจกรรมที่ดี ได้เตรียมความพร้อมในการสร้างความประทับใจ รวมทั้งสามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ ให้ก้าวทันโลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

“กระทรวงศึกษาธิการรับงานจากนายกรัฐมนตรีมาจำนวนมาก เพื่อจะมาพัฒนาการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ต่อไปจะรวบรวมคนที่เรียน กศน. แล้วประสบความสำเร็จมาเป็นตัวอย่าง โดยคนแรกคือ คุณพ่อ “สุนทร วิลาวัลย์” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ กศน.ให้โอกาสในการมีงานทำ เข้าสู่การเมือง ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้น ขอให้มั่นใจ พัฒนาตัวเองให้ดี” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ตนเป็นคน กศน.อย่างแท้จริง เพราะได้มีโอกาสเป็นประธาน เป็นกรรมการของ กศน. และได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกับครู กศน. ซึ่งทำให้เห็นว่าครู กศน.มีความสามารถ สิ่งเหล่านี้ทำให้มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน และพร้อมจะสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ โดยจะทำให้มีความสะดวกมากขึ้น มีการสะสมหน่วยกิต และเพิ่มทักษะวิชาชีพให้มากและหลากหลาย ปรับปรุงประสิทธิภาพออนไลน์ให้มากขึ้น นักศึกษา กศน.สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และภาษาอื่น ๆ เช่น ภาษาประเทศเพื่อนบ้านเป็นภาษาที่สาม

ในส่วนของการพัฒนาภาษาอังกฤษนั้น จะนำร่องพัฒนาภาษาอังกฤษของครู กศน. โดยได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว และในวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแบ่งความรับผิดชอบในการดำเนินการ เรื่องใดที่ทำได้จะทำทันทีโดยใช้งบประมาณเหลือจ่าย เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในภาคเรียนที่จะถึงนี้

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า บุคลิกภาพเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ การทำงาน  และการดำเนินชีวิต ซึ่ง กศน.จังหวัดปราจีนบุรี และวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เห็นความสำคัญของพัฒนาบุคลิกภาพผู้เรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน เพื่อเข้าสู่ภาคอาชีวศึกษาและการมีงานทำ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้เรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน ทั้ง 7 อำเภอ จำนวน 440 คน ได้พัฒนาบุคลิกภาพฝึกฝน ฝึกปฏิบัติรายบุคคล พร้อมทั้งให้คำแนะนำ เพื่อการพัฒนาจากวิทยากรผู้ชำนาญการ ให้ผู้เรียน กศน.ขั้นพื้นฐาน มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีเอกลักษณ์น่าชื่นชม สามารถปรับปรุงบุคลิกภาพของตนให้พร้อมที่จะสร้างความประทับใจ รวมทั้งสามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ ให้ก้าวทันโลกที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและตอบสนองนโยบายหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำของจังหวัดปราจีนบุรี

จากนั้น นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กศน.ในจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2562 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองปราจีนบุรี พร้อมมอบเกียรติบัตรและเยี่ยมชมนิทรรศการและฐานการเรียนรู้ โดยมีนายศรีชัย พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. ตัวแทนจากเครือข่ายการศึกษาต่าง ๆ ผู้เรียน กศน. และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับจำนวนมาก

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า สำนักงาน กศน.ได้เล็งเห็นความจำเป็นที่ต้องพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของ กศน. เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและประชาชนผู้รับบริการ ให้สามารถรองรับการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก และมีแนวทางในการศึกษาหาความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ มีอาชีพที่มั่นคง ซึ่งเชื่อว่าหลังจากผ่านการร่วมกิจกรรมตามโครงการในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้นำความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ดี ๆ ที่ได้จากการเรียนรู้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว

นายศรีชัย  พรประชาธรรม เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า ในส่วนของโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กศน.ในจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออกนั้น กศน.ได้ตระหนักถึงความสำคัญตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการสร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ให้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเอเชีย จึงจัดโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงาน กศน.ในจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออกขึ้น

โดยดำเนินงานการบูรณาการกับหน่วยงานทางการศึกษาทุกภาคส่วน รวมทั้งส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี นักเรียน นักศึกษา ประชาชน จำนวน 3,600 คน เข้ารับการอบรม 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2562 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการองค์ความรู้ จัดการศึกษาให้สามารถรองรับการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก มีแนวทางในการศึกษาหาความรู้  และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ

อิชยา กัปปา /สรุป
ประชาสัมพันธ์ กศน. / ถ่ายภาพ

ศปบ.จชต.จัดอบรมพนักงานวิทยุคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ

ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) จัดอบรมพนักงานวิทยุคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสารและผู้ใช้งานเครือข่าย ภายใต้โครงการโครงการพัฒนาเครือข่ายวิทยุสื่อสาร

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 09.30 น. ศปบ.จชต. จัดการอบรมพนักงานวิทยุคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กิจกรรมพัฒนาระบบเครือข่ายวิทยุสื่อสารและพัฒนาผู้ใช้งานเครือข่าย ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายวิทยุสื่อสาร โดยมีนายสราวุธ เดชมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมด้วย น.ส.นวลพรรณ วรรณสุธี, นายศักดิ์จิต มาศจิตต์, นายพิทยา เพชรรักษ์ ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, นายเชาวลิต เชื้อนุ่น วิทยากรจากศูนย์วิทยุสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบุคลากร ศปบ.จชต.เข้าร่วมกว่า 150 คน ณ โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายสราวุธ เดชมณีรัตน์ กล่าวว่า การอบรมพนักงานวิทยุคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นเพื่อต้องการให้พนักงานวิทยุสื่อสาร หรือผู้รับผิดชอบในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง สามารถสื่อสารผ่านทางเครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ แจ้งเหตุเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และติดต่อสื่อสารกับ ศปบ.จชต.ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่เข้าร่วมการอบรมนี้ จะมีความสุขกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำแนวคิด แนวทาง หรือประสบการณ์ที่มีคุณค่าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง นักเรียน โรงเรียน และการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ขอบคุณภาพถ่าย/ข้อมูล : ศปบ.จชต.

คุรุสภาจัดประชุมครูแห่งอนาคต เพื่อผู้เรียนแห่งอนาคต (Future Teachers For Future Learners)

(17 สิงหาคม 2562) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2562 เรื่อง “ครูแห่งอนาคต เพื่อผู้เรียนแห่งอนาคต” (Future Teachers For Future Learners) และมอบรางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา ประจำปี 2562 “ระดับภูมิภาค” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 16–18 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่ออนาคต” ตอนหนึ่งว่า การประชุมทางวิชาการนี้จะเป็นเวทีวิชาการของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้มีโอกาสมานำเสนอ ร่วมรับฟัง ศึกษา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญทางด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ประเทศ แนวคิดนวัตกรรมในการแก้ปัญหาหรือต่อยอดการดำเนินงาน รวมถึงแนวคิดวิธีการใหม่ที่ท้าทายและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก

นโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาคนไทยให้มีความพร้อมในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีแบบแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0

นโยบายด้านการศึกษาจึงเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล โดยนำรูปแบบแนวคิดวิธีการใหม่ ๆ ในการจัดการหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือที่เหมาะสมมาใช้ในการพัฒนาการศึกษา จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการจัดการศึกษาเพื่ออนาคต

ผมในฐานะผู้เข้ามาดูแลและรับผิดชอบงานการศึกษา ได้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาครู เพื่อช่วยต่อยอดความสามารถในการจัดการเรียนการสอน ที่จะส่งผลต่อความสามารถของเด็กโดยตรง รวมทั้งทำให้คุณภาพชีวิตของครูไทยดีขึ้น ให้ครูมีกำลังใจในการทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ด้วยการปรับหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องและสนองตอบความก้าวหน้าของดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน สื่อ และการวัดประเมินผล สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระบบดิจิทัล /ส่งเสริมการเรียน วิทยาการคอมพิวเตอร์ Coding / พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษา /ปรับระบบการเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ ภาษาต่างประเทศ รวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์ และโครงสร้างสังคมออนไลน์ของไทย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่เกิดอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้ครูต้องเปลี่ยนบทบาทตนเองจาก “ครูที่ทำหน้าที่สอน” เป็น “โค้ช” ที่ต้องให้คำปรึกษา แนะนำ และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเกิดความอยากที่จะเรียนรู้ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ครูจะต้องเป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้ให้แก่เด็ก” โดยกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ค้นคว้า และแสวงหาคำตอบจากการเรียนของตน

“ครู” เป็นจุดเริ่มต้นของคุณภาพการศึกษาทั้งหมด และผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีภาวะผู้นำทางวิชาการอย่างชัดเจนที่เข้าไปสนับสนุนให้เกิดคุณภาพดังกล่าว บทบาทของครูและผู้บริหารจึงจำเป็นต้องเปลี่ยน “สมรรถนะหลักที่ครูต้องมี” คือ ทักษะในการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนเกิดความกระหายที่จะค้นคว้าเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงทักษะการจัดการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และการออกแบบ การเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและประเมินผล การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะใหม่นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้น ครูในยุคนี้จึงต้องมีคุณลักษณะหนึ่งที่สำคัญที่เรียกว่า E-Teacher คือ ต้องมีประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้แบบใหม่โดยจัดการเรียนการสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและสื่อเทคโนโลยี มีทักษะในการแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อขยายองค์ความรู้ของตนเองตลอดเวลา มีความสามารถ ในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่ผู้เรียนผ่านสื่อเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานประชุมทางวิชาการในวันนี้ ถือเป็นการส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต/นักศึกษา และประชาชนผู้ที่สนใจ ได้มีโอกาสแสวงหาความรู้ เปิดโลกทัศน์ของการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งยุคดิจิทัล ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทางวิชาการและวิชาชีพ ที่จะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้นำแนวคิด รูปแบบ วิธีการ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ได้รับจากกิจกรรมที่เข้าร่วมไปปรับประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับงานตามบทบาทภารกิจของตน

ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาได้เริ่มจัดประชุมทางวิชาการครั้งแรกในปี 2546 ถึงปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ ดังนี้

  • มุ่งให้โอกาสแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้มีเวทีทางวิชาการระดับประเทศ ที่สามารถนำเสนอ และเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมสถานศึกษาที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางวิชาการต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และพัฒนาวิชาชีพ
  • เป็นเวทีทางวิชาการ ที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ต่าง ๆ
  • กระตุ้นให้เกิดการพัฒนา เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อการประกอบวิชาชีพที่สามารถรองรับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา
  • ยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และสถานศึกษาที่ได้คิดค้น สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้ “กระบวนการวิจัยเป็นฐานเพื่อการพัฒนางานในหน้าที่อย่างสร้างสรรค์และต่อเนื่อง”

การประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2562 เรื่อง “ครูแห่งอนาคต เพื่อผู้เรียนแห่งอนาคต” เพื่อให้ครูได้เรียนรู้ ปรับตัว และเห็นความสำคัญ ความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งคุณลักษณะ สมรรถนะ เพื่อจัดการเรียนรู้ที่ดี มีความหมาย และมีคุณภาพสำหรับผู้เรียนแห่งอนาคต ภายใต้บริบทของสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบบชนิดที่คาดเดาได้ยาก

กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 สิงหาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานทางการศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ประมาณ 1,800 คน ประกอบด้วยกิจกรรมทางวิชาการที่หลากหลาย ดังนี้

วันแรก วันที่ 16 สิงหาคม 2562 การจัดประชุมทางวิชาการ (workshop) เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครูเพื่อผู้เรียนแห่งอนาคต

วันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2562 ประกอบด้วยกิจกรรม

  1. การยกย่อง เชิดชูเกียรติ และการมอบรางวัลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและสถานศึกษาที่ได้มีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องโดยใช้ “กระบวนการวิจัยเป็นฐานในการพัฒนา”
  2. การปาฐกถา การอภิปราย การเสวนา และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ
  3. การนำเสนอผลงานวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั้งภาคบรรยาย และภาคแผ่นป้ายนิทรรศการ
  4. การนำเสนอตัวอย่างการปฏิบัติน่าสนใจของครู และหน่วยงานทางการศึกษาที่รวมตัวกันพัฒนาวิชาชีพแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
  5. นิทรรศการผลงาน “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” ที่มาจากผู้เกี่ยวข้องในสถานศึกษารวมตัวกันคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาวิชาชีพที่เหมาะกับแต่ละบริบทของสถานศึกษา จำนวน 40 ผลงาน
  6. การประเมินคุณภาพ “ผลงานวิจัย” และผลงาน “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม” เพื่อรับรางวัลใน “ระดับประเทศ” ประจำปี 2562

สำหรับการจัดประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ในปีนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ต่างตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการผลิตและพัฒนาครู จำนวน 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงาน สกสค. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย สำนักงาน Worlddidac Asia และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ตระหนักและเห็นความสำคัญของพลังครูเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทย

นอกจากนี้ ยังได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และจากคณะกรรมการ หน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นสำคัญและในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาและคัดสรรผลงานวิจัยและนวัตกรรมสถานศึกษาด้วยดีมาโดยตลอด

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน สามารถรับชมถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุรุสภา” https://www.facebook.com/Khurusaphaofficial และสามารถรับชมเทปบันทึกภาพการประชุมวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2562 และดาว์นโหลดเอกสาร ได้ทางเว็บไซต์คุรุสภา ww.ksp.or.th

กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา : ภาพ/ข่าว

WordPress.com.

Up ↑