รมช.ศธ.”กนกวรรณ วิลาวัลย์” ลงพื้นที่กรุงเทพฯ

(1 สิงหาคม 62)​ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาโรงเรียนลาซาล พร้อมทั้งหารือแนวทางการแก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ

ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลาซาล : ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ รร.เอกชนที่ประสบผลสำเร็จ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมการบริหารจัดการโรงเรียนลาซาล เขตบางนา กรุงเทพฯ

รมช. ศธ. กล่าวว่า โรงเรียนลาซาลได้ดำเนินการตามปรัชญาและวิสัยทัศน์ พร้อมทั้งยังมีวิสัยธรรม เพราะเป็นโรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กยากไร้ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกศาสนา ถือว่าเป็นโรงเรียนเอกชนต้นแบบที่จะนำไปใช้เป็นตัวอย่างของการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่อื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการที่ติดขัด โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในวันที่ 1 ม.ค. 2563 จะมีการเริ่มจัดเก็บภาษีสิทธิ์ในการรับบำเหน็จบำนาญ สวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาศักยภาพของครูจบใหม่ แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูของโรงเรียนเอกชน เนื่องจากครูไปสอบเข้ารับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในโรงเรียนของรัฐ รวมถึงขอให้ครูที่ได้ส่งเงิน ช.พ.ค. มาแล้ว 30 ปีขึ้นไปได้รับเงินคืนโดยไม่ต้องรอให้เสียชีวิต เป็นต้น ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้รับทราบทั้งหมด จะรวบรวมและแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ถูกทาง

สำหรับโรงเรียนลาซาล เป็นโรงเรียนประเภทสามัญศึกษา อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2506 ในนามมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีครูฝ่ายปฏิบัติการสอน 263 คน ครูฝ่ายสนับสนุน 10 คน นักเรียน 5, 057 คน นักเรียนชาย 2, 786 คน นักเรียนหญิง 2, 271 คน มีอาคารเรียน 5 หลัง มีห้องเรียนจำนวน 110 ห้อง

หารือแนวทางการแก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือแนวทางการแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งมาตรการป้องกันป้องปรามและบทลงโทษ ร่วมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พระโขนง สน.บางนา และ สน.ท่าเรือ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ

รมช. ศธ. กล่าวว่า วันนี้ต้องการหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บริหารวิทยาลัย ครู และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาท โดยระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันมีบทลงโทษหนักสุดคือ “ปิดสถานศึกษา” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นผลกระทบในภาพรวม ทำให้นักเรียนที่ไม่ได้กระทำความผิดไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น สถานศึกษาต้องสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจกับนักเรียนนักศึกษาให้มีความรักสถาบัน ปลูกจิตสำนึกระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในกลุ่มผู้เรียนอาชีวศึกษา ส่วนกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่จะลงโทษผู้กระทำความผิด จะต้องศึกษาให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดต่อไป

“จากการที่รับฟัง พบว่าสังคมทุกวันนี้เราต้องการนักจิตวิทยาเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีการปรับหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาให้มีสาระการเรียนรู้เพิ่มขึ้น แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องจิตวิทยาน้อยลง ดังนั้นถือเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการ จะต้องผลักดันสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดต่อไป” รมช.ศธ.กล่าว

อิชยา กัปปา / สรุป
อานนท์ วิชานนท์ / ถ่ายภาพ
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / วีดิโอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s