ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ครั้งแรก

(31 ก.ค. 62) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งแรก พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ โดยมีผู้บริหาร ศธ. เข้าร่วมประชุม อาทิ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ., นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กอศ., นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ. ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

ย้ำวางแผนการปฏิบัติราชการ งบประมาณ ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจากที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องนำเอานโยบายหลักของรัฐบาลมาสานต่อ มุ่งเน้นการวางแผนพัฒนาบุคลากรของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในศตวรรษที่ 21

โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานนำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563–2565 มาพิจารณาร่วมกันว่าควรปรับเปลี่ยนประเด็นใดบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาล ขณะเดียวกันต้องกำหนดเวลาในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้สมบูรณ์  ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และตรงกันกับฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อวางแผนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ส่วนงบประมาณประจำปี 2563 คาดว่าจะได้รับอนุมัติในช่วงเดือนมกราคม 2563 ทั้งนี้ จะได้นัดหมายกับผู้รับผิดชอบงานด้านงบประมาณของ ศธ. ทุกหน่วยงาน ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เพื่อพิจารณาแผนการใช้งบประมาณรายไตรมาส ซึ่งจะพิจารณาจากแผนเดิมแล้วปรับรายละเอียดให้ตรงกับนโยบายของรัฐบาล

เตรียมกำลังคนศตวรรษที่ 21 เชื่อมโยงกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ

การพัฒนาบุคลากรสู่ศตวรรษที่ 21 ต้องมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การสร้างแพทย์เพื่อเตรียมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะต้องประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เห็นภาพชัดเจนว่าต้องการคุณลักษณะแพทย์ด้านใดบ้าง หรืออาชีพด้านการท่องเที่ยวที่ต้องการบุคลากรเฉพาะด้านภาษา เพื่อทาง อว. จะได้สร้างหลักสูตรหรือโครงการที่เหมาะสม รองรับ และสามารถวัดผลได้

นอกจากนี้ จะต้องมีการนำระบบติดตามข้อมูลของเด็กที่เรียนจบเข้ามาใช้เพื่อติดตามผล ว่าเด็กเรียนจบแล้วไปทำงานที่ใด สาขาอาชีพใด เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยสามารถใช้ข้อมูลร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนการพัฒนาการศึกษาในอนาคตให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วย

ทั้งนี้ หากมีข้อติดขัดเรื่องระเบียบหรือกฎหมายที่ล้าสมัย สามารถเสนอมาเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ ตลอดจนให้มีการทบทวนข้อกฎหมายที่ใช้มามากกว่า 5 ปี ให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งปัจจุบันมีนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เร่งทบทวนและดำเนินการโดยด่วนเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน

ทบทวนโครงสร้าง ยกระดับพัฒนาศักยภาพบุคลากร ลดความซ้ำซ้อนของงาน

ในส่วนของการวางโครงสร้างหน่วยงานราชการ ที่ประชุม ครม. ขอให้ทุกส่วนราชการทบทวนการปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความคล่องตัว และลดความซ้ำซ้อนต่าง ๆ สำหรับหน่วยงานที่ขาดแคลนควรเติมเต็มให้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ เน้นย้ำให้พัฒนาศักยภาพของคนก่อน โดยลงทุนยกระดับความสามารถของบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานตำแหน่งให้ได้ และเป็นการปรับปรุงคุณภาพของหน่วยงานภาครัฐด้วย รวมถึงการทำงานที่ซ้ำซ้อนของคณะกรรมการต่าง ๆ ขอให้ปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง ตามความจำเป็น และความเหมาะสม

สร้างคนให้คุมเทคโนโลยี เสริมทักษะให้คนทุกกลุ่ม

การเตรียมกำลังคนสู่การแข่งขันในศตวรรษที่ 21 มีสิ่งที่สำคัญกว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ คือ การสร้างคนให้เก่งกว่าเทคโนโลยี เนื่องจากคนสามารถใช้ความคิดดัดแปลงแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า สามารถควบคุมเทคโนโลยีได้ ซึ่งปัจจุบันคนกลุ่มนี้อาจยังมีน้อยอยู่ จึงต้องพัฒนาให้เป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้น

ด้านภารกิจของ กศน. ต้องส่งเสริมให้การ Upskill และ Reskill เพื่อเพิ่มทักษะให้กำลังคนของชาติ โดยจัดหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เกษียณจากงานแล้ว ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่สนใจ การให้มีโอกาสฝึกทักษะเพิ่มศักยภาพให้ตนเองได้

ย้ำนโยบายการศึกษา มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ไม่ซ้ำซ้อน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงนโยบายการจัดการศึกษา โดยเน้นย้ำการสร้างคุณภาพ สร้างประสิทธิภาพ และระบบติดตามประเมินผลให้กับผู้บริหาร ครู นักเรียน หลักสูตร การพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยี และโรงเรียนให้เชื่อมโยงกัน  ตลอดจนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ทั้งด้านจำนวนประชากรเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลง การพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่ดีขึ้น ความต้องการของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยสิ่งสำคัญในการพัฒนาคุณภาพ คือ การลดความซ้ำซ้อนลง ซึ่งต้องใช้เวลาการแก้ปัญหา แต่ต้องทำให้ได้เพื่อให้เกิดโรงเรียนที่มีคุณภาพเต็มประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมเกิดการต่อต้านหรือมีผู้ไม่เห็นด้วย แต่หากมีการวางรากฐานที่มั่นคงแล้ว เชื่อว่าทุกสิ่งสามารถทำได้ รวมถึงต้องอาศัยการสื่อสารที่ชัดเจน เช่น กรณีการควบรวมโรงเรียน ต้องทำความเข้าใจในระดับท้องถิ่น ตลอดจนสร้างหอเกียรติยศ หรือคงประวัติศาสตร์ของโรงเรียนที่ถูกควบรวมไว้ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวตนของโรงเรียนว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งหรือลืมเลือนไป

ขณะเดียวกันได้กำชับเรื่องการทำงานอย่างโปร่งใส ไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นได้อีก รัฐมนตรีทุกท่านยินดีจะเป็นผู้เดินหน้าแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ ขอให้ผู้บริหาร ข้าราชการ ทุกคน ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อทำให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติได้จริง

ปารัชญ์ ไชยเวช / สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า / ถ่ายภาพ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s